lcheshirex View my profile

[ FIC ] Be sweet on.♡ 7th {♥ Myungyeol}

posted on 17 Jan 2013 20:46 by cheshirexx in INFINITE directory Fiction

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Be sweet on.


{♥Myungyeol}

 

 

 

7th


 

“นายแน่ใจนะว่าแผนที่ที่เขียนให้พี่มามันถูกต้องแล้วน่ะ?” ชายหนุ่มกรอกเสียงลงโทรศัพท์ด้วยความไม่แน่ใจกับสิ่งที่อยู่ในมือและสถานที่ตรงหน้าเท่าไหร่นัก มองสลับกันไปมาระหว่างแผนที่ในมือกับสิ่งก่อสร้างตรงหน้า

 

มันเป็นเพียงซอกซอยเล็กๆแห่งหนึ่งที่มีทางลาดเข้าไปเล็กน้อยซึ่งเป็นทางตัน ท้ายซอยนั้นเป็นเหมือนตึกหรือบ้านคนสีขาวสะอาดตาที่ดูยังไงก็ไม่ใช่สถานที่หรือร้านบริการแน่นอน อย่างว่าตรงที่ซองกยูยืนอยู่นั้นเป็นเพียงซอยเล็กๆ ที่ถ้าหากไม่สังเกตละก็จะไม่มีทางมองเห็นแน่นอน เพราะบริเวณโดยรอบนั้นเป็นบริเวณที่พักอาศัยของผู้คนเสียมากกว่าจะมีร้านขายอะไรมาตั้งอยู่

 

[ถูกสิฮะ ! ผมไม่เคยสืบอะไรพลาดสักหน่อย พี่ก็รู้ .. พี่ลองมองหาป้ายร้านดูสิ มันน่าจะติดอยู่ตรงกำแพงนะครับ] ซองกยูมุ่นคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะสอดสายตามองหาป้ายร้านตามที่น้องชายบอก

 

 

ป้ายสีดำด้านสนิทขนาดทรงสี่เหลี่ยมจัตตุรัสบนพื้นมีอักษรภาษาอังกฤษขนาดที่สามารถมองเห็นได้อย่างง่ายดายสีขาวสลักอยู่ Be Sweet on 2F ติดอยู่ตรงกำแพงด้านซ้ายของซอกนั้น มองเลยขึ้นไปหน่อยไม่มีเพียงแต่ป้ายชื่อร้านที่ซองจงบอกมาเท่านั้น ยังมีร้านอื่นอีกสองสามร้านอยู่ที่นี่ด้วย

 

 

ไม่น่าเชื่อว่าจะมีร้านอยู่ในซอกซอยเล็กขนาดนี้ มองแต่ภายนอกไม่ได้จริงๆ แต่ว่าเมื่อครู่เขาก็สำรวจหาป้ายดีแล้วแท้ๆนะ แต่ทำไมมองไม่เห็นป้ายที่กำลังจะทิ่มตาอยู่ทนโท่แบบนี้ได้วะ

 

 

ให้ตายเถอะสายตาของเขาเริ่มไม่ดีแล้วหรืออย่างไร

 

 

            “โอเค พี่เห็นแล้วล่ะ เอ่อ .. ไปเรียนได้แล้วไปอีซองจง”

 

 

            [หมดประโยชน์ก็ไล่เชียวนะ] เสียงหัวเราะรวนดังลอดผ่านโทรศัพท์ส่งมาถึงซองจง เล่นเอาคนพูดประชดเองบุ้ยปากไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่กับเสียงหัวเราะของพี่ชายตัวเอง

 

อย่างนี้ตาแก่ซองกยูต้องแกล้งลืมแหงๆ -_-

 

[อย่าลืมสัญญาของเราแล้วกันนะครับ ผมไปเรียนแหละ แค่นี้นะฮะ] ซองจงเอ่ยย้ำสัญญาระหว่างกันอีกครั้งก่อนจะวางสายไป ซองกยูเบ้ปากใส่โทรศัพท์หลังจากซองจงวางสายไปเรียบร้อย

 

 

สัญญงสัญญาอะไร ซองกยูจำไม่เห็นได้ :P

 

 


            ไหวไหลเล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะก้าวเท้าพาตัวเองเข้าไปภายในบริเวณร้านที่ซองจงบอกใบ้มาให้ ระหว่างทางก็อดตั้งคำถามอยู่ในหัวหลายครั้งไม่ได้ว่าทำไมซองยอลต้องทำให้มันดูเป็นความลับขนาดนั้น ทำไมต้องพูดปดว่าทำรายงานกับดงอูด้วยทั้งๆที่มาคลุกอยู่ที่ร้านแห่งนี้จนดึกดื่นมืดค่ำ

 

แต่จากที่มองโดยรวมของสถานที่แห่งนี้ ก็ใช่ว่าจะเป็นสถานที่ไม่ดีหรือมั่วสุมอะไรเถือกนั้นเสียหน่อย มันห่างไกลกันมากเลยทีเดียว .. ร้านที่ตั้งอยู่บนชั้นสองของตึกสีขาวท้ายซอกเล็กที่เพิ่งเดินผ่านเข้ามา ดูไม่มีพิษมีภัยหรือน่าระแวงอย่างที่เคยคิดไว้ตอนแรก ที่แห่งนี้เป็นเพียงคาเฟ่เล็กๆ ใช้สำหรับบริการของหวานและเครื่องดื่มหลากหลายชนิดเหมาะกับกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นหรือกลุ่มคนทำงาน

 

เพียงแค่เขาก้าวเข้ามาไม่กี่ก้าว กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งวาฟเฟิลผสมปนเปกับกลิ่นของเมล็ดกาแฟคั่วสดก็ลอยมาแตะจมูกในทันที รับรู้ได้ว่าคงมีวาฟเฟิลร้อนๆและกาแฟหอมๆพร้อมเสริฟ์อย่างแน่นอน ความหอมหวนของขนมอบตลบอบไปทั่วร้านสร้างบรรยากาศร้านในแสงไฟสีนวลตาให้ดูอบอุ่นอย่างที่คาดคิด

 

ยังไม่นับพวกเครื่องประดับตกแต่งภายในร้านที่มาในธีมห้องนั่งเล่นช่วยสร้างความผ่อนคลายตั้งแต่ครั้งแรกที่ก้าวเข้ามาได้อย่างไม่ยากเย็น เสมือนเขากำลังอยู่ในบ้านของตัวเอง

 

ถือว่าร้านนี้โอเคอยู่พอตัวจากภาพรวมที่สัมผัสได้ในครั้งแรกทั้งหมด แต่จะโอเคทั้งหมดไหมก็คงต้องดูที่การบริการของร้านด้วย ไม่ใช่ว่ามีเพียงแค่การตกแต่งหรือบรรยากาศเท่านั้นที่ดูดี แต่ทั้งหมดทั้งมวลต้องควบคู่ไปพร้อมกับการบริการด้วย เขาถือว่าการบริการนั้นสำคัญสำหรับกิจการจำพวกนี้ไม่น้อย

 

 

เออ..แล้วเขาจะมานั่งวิจารณ์ร้านนี้ทำไมเนี่ย!? มันเป็นอาการลืมตัวของบุคคลที่เคยร่ำเรียนด้านการตลาดมาก็เท่านั้น เลยอดเผลอวิจารณ์หรือคิดตามที่เห็นไม่ได้

 

 

สิ่งที่ซองกยูต้องทำจริงๆก็คือมาดูว่าน้องชายตัวแสบของเขามาคลุกตัวอยู่ที่นี่จริงไหม แล้วมาทำอะไรจนดึกดื่นแถมยังถึงกลับโกหกไม่บอกความจริงเสียด้วย มันน่าสงสัยใช่น้อยเสียเมื่อไหร่ จริงไหม ?

 

เขามีลางสังหรณ์ว่าคงไม่ใช่เรื่องธรรมดาทั่วไปแน่ เพราะเขารู้นิสัยของอีซองยอลดียิ่งกว่าใครทั้งหมด ขนาดที่พ่อแม่เขายังตามความเจ้าเล่ห์ออดอ้อนของซองยอลไม่ทัน แต่เขาคนนี้มองออกทั้งหมด เติบโตและคอยดูแลมาเองกับมือทำไมจะเดาทางน้องชายตัวแสบไม่ได้ แต่เพียงเรื่องนี้ยังคงเป็นปริศนาสำหรับเขาตอนนี้

 

ไว้รอหาคำตอบและสิ่งที่ค้างคาใจได้ก็คงรู้ว่าเจ้าตัวแสบกำลังจะก่อเรื่องอะไรมาให้เขาวุ่นวายใจและเป็นห่วงอีก

 

แต่ตอนนี้เขากำลังคิดอยู่ว่าควรจะทำตัวอย่างไรดี ถ้าเกิดว่าซองยอลกำลังอยู่ในร้านพอดี เขาควรทำตัวปกติอย่างที่ลูกค้าทั่วไปเขาทำกันหรือว่าย่องเข้าไปอย่างหลบซ่อนแล้วค่อยหามุมอับๆแอบเฝ้าดูซองยอลดี..ซองกยูคนนี้ก็ไม่เคยต้องแอบติดตามใครเสียด้วยสิ เคยดูแต่ในหนังในละครซึ่งมันต้องส่อแววพิรุธมากแน่นอน

 

 

เขาต้องทำกันยังไงนะ?

 

 

ซองกยูยืนเงอะงะอยู่ตรงหน้าประตูร้านชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปทำตัวให้เป็นปกติที่สุด เขาตัดสินใจมองหาโต๊ะว่างแถวด้านในสุดของร้านซึ่งติดกระจกสามารถมองเห็นวิวภายนอกจากชั้นสองที่ตั้งของร้านได้ แถมมองจากมุมนี้ยังสามารถเห็นทุกสิ่งภายในร้านได้อย่างทั่วถึง ถ้าหากซองยอลมาคลุกตัวที่นี่จริง เขาต้องเห็นอย่างแน่นอน

 

 

            “รับอะไรดีครับ?” ซองกยูละสายตาจากวิวด้านนอกตามเสียงเอ่ยถามของพนักงานรับออเดอร์

 

 

ใบหน้าแสยะยี้ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเมนูสีหวานราวลูกกวาดถูกยื่นมาตรงหน้า อย่างที่รู้ว่าน้องชายเขาซองยอลนั้นไม่ชอบทานของหวานหรืออะไรก็ตามแต่ที่ออกแนวหวาแวว นั่นก็เป็นเพราะได้รับเชื้อมาจากเขาเต็มๆ .. ซองกยูไม่ชอบอะไรที่แลดูหวานแววพอๆกับที่ไม่ชอบให้น้องชายมีแฟนนั่นแหละ

 

 

กว่าจะยอมทำใจหยิบเมนูขึ้นมาดูก็รวบรวมพลังอยู่นาน แถมพอจับแล้วยังทำท่ากล้าๆกลัวๆ เหมือนเมนูสีหวานนี้เป็นสิ่งไม่น่าภิรมย์   

 

          “เอามอคค่า ไม่หวานนะครับ”

 

            “ไม่มีครับ..ร้านเรามีแต่แบบหวานหรือหวานมากเท่านั้นครับ” คำตอบของพนักงานทำเอาคนสั่งต้องตวัดสายตาขึ้นมามอง

 

 

 อะไรนะ ?  ซองกยูฟังอะไรผิดไปหรือเปล่า ? นี่เขาไม่ได้ทำตามที่ลูกค้าต้องหรอกเหรอ ?

 

 

            คะแนนการบริการลดสองแต้ม  

 


            “งั้นเอาเอสเปรส..”

 

 

            “เอสเปรสโซ่ร้านเราหวานนะครับ เราไม่ทำเครื่องดื่มที่ไม่หวาน..ถ้าหากไม่หวานเราก็จะทำให้หวาน”

 

 

หา !?  บอกซองกยูทีว่าไอ้หมอนี่ไม่ได้กวนประสาทเขาอยู่ ร้านบ้าอะไรวะ!? ทำแต่เครื่องดื่มหวานๆ เอสเปรสโซ่บ้านไหนเขาหวานกันบ้าง ถามหน่อยเถอะ !  กวนประสาทกันแน่นอนไอ้หมอนี่

 

 

ซองกยูดูไม่ค่อยเชื่อคำพูดของพนักงานเสียเท่าไหร่ รีบเปิดเมนูดูในทันที แต่ก็แทบหน้าหงายเมื่อพลิกเมนูดูหมดทั้งเล่มแล้วก็พบว่าเป็นไปตามที่พนักงานคนนี้พูด..ไม่มีอะไรสักอย่างที่ไม่หวานหรือหวานน้อยแม้แต่อย่างเดียว

 

 

นี่กะเอาให้ลูกค้าเป็นโรคเบาหวานกันเลยใช่ไหม? แล้วเขาก็เป็นคนชอบทานของหวานม๊ากมากเสียด้วยสิ ระดับความหวานพวกนี้แค่เห็นก็อยากจะวิ่งหนีให้รู้แล้วรู้รอด

 

 

            สงสัยจริงๆว่าอีซองยอลมาคลุกตัวทำอะไรในร้านที่มีแต่ของหวานแบบนี้ ! ในเมื่อทั้งบ้านไม่มีใครชอบทานของหวานเลยสักคน..ซองยอลคิดอะไรอยู่กันแน่

 

 

 แต่ว่านะ..เขาก็นั่งมาได้สักพักแล้ว ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของซองยอลเลยแฮะ

 

 

            “ว่าไงครับ จะรับอะไรดี” พนักงานคนเดิมถามเขาออกมาอีกรอบ

 

 

น้ำเสียงดูยียวนไม่เปลี่ยนแปลงจนเขาต้องตวัดสายตามองให้เต็มๆตา อารมณ์ขุ่นตั้งแต่มันบอกว่าไม่ทำเครื่องดื่มที่ไม่หวานแล้ว พอมาเจอท่าทางและน้ำเสียงยียวนแบบนี้อดไม่ได้ที่จะขอมองสักหน่อย

 

 

            ใบหน้าสะอาดเกลี้ยงเกลาของพนักงานคนดังกล่าวทำให้ซองกยูชะงักเล็กน้อย พลางนึกในใจว่าร้านนี้มันคัดหน้าตาและผิวพันธุ์มาทำงานใช่ไหม..เพราะดูยังไงคนตรงหน้าก็ไม่ได้มีลักษณะเหมือนคนที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้เท่าไหร่ ทั้งผิวพันธุ์ รูปร่างและหน้าตาดูดียิ่งกว่าลูกค้าบางคนเสียอีก -_-  แต่ติดอยู่อย่างเดียวก็คือท่าทางเหมือนคนกวนส้นเท้านี่แหละที่ทำให้ความดูดีลดลงไปในสายตาเขา

 

 

            มองปราดเดียวก็รู้ว่าหมอนี่ยังเป็นเด็กมัธยมอยู่ ว่าแต่หน้าแอบคุ้นๆนะ..เขากับเด็กคนนี้เคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่านะ?  

 

 

ซองกยูพิจารณาใบหน้าของพนักงานคนเดิมอยู่อย่างเงียบๆ ก่อนจะรู้สึกเหมือนโดนค้อนทุบหัวอย่างหนักเมื่อพนักงานจอมกวนประสาทขยับปากอีกครั้ง

 

 

            “ลุงครับจะสั่งไหม”   ลุงเรอะ !?  ไอ้เด็กนี่เรียกเขาว่าลุงงั้นหรอ

 

            หน้ากูแก่คราวรุ่นลุงมึงแล้วหรือไง!?   ซองกยูไม่อยากจะเชื่อ!! ไอ้เด็กคนนี้กล้าเรียกคนที่อายุยี่สิบต้นๆว่าลุงได้ยังไง !!  ไม่ใช่แค่ท่าทางแล้วล่ะมั้งที่กวนตีนอย่างเดียว นิสัยก็ไม่น่าจะใช่ย่อย..ถ้าเป็นลูกเป็นหลานจับตีก้นลายไปแล้ว

 

            ซองกยูอายุแค่ยี่สิบสามปีเว้ย!!  เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างระงับอารมณ์ขุ่นเคืองในใจ จะคิดซะว่าหมอนี่เป็นเด็กคงยังไม่รู้จักมารยาททางสังคมมากเท่าที่ควร

 

 

ซองกยูกลับมาคิดเมนูอยู่อีกสักพักแล้วสั่งออกไป  “เอาชาดาร์จีลิ่งแล้วกัน จะหวานไม่หวานแล้วแต่นายเลย”

 

 

เขาปิดเล่มเมนูแล้วส่งคืนอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่แต่ต้องระงับไว้ เพราะซองกยูคนนี้เป็นผู้ใหญ่พอที่จะไม่คิดเล็กคิดน้อยผูกใจเจ็บเรื่องแบบนี้(หรอ) แต่เขาจะไม่ลืมหน้าตาและชื่อของไอ้เด็กนี่หรอกนะเว้ย ! ว่าแล้วก็ขอดูชื่อชัดๆหน่อยเถอะ

 

 

            คิมมยองซู

 


          ซองกยูเหลือบขึ้นไปมองป้ายชื่อแล้วเลยขึ้นไปสบตากับดวงตาสีเข้มคู่นั้น ดูเหมือนไอ้เด็กมยองซูจะรู้ว่าเขาไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ หมอนั่นยกมุมปากขึ้นอย่างยียวน ดวงตาสีเข้มประกายแววท้าทายอยู่ภายใน คิ้วเข้มได้รูปหยักให้เขาเล็กน้อยเหมือนตั้งใจกวนประสาทเขาเข้าไปอีก...

 

 

บอกได้เลยว่าเขาไม่ถูกชะตาไอ้เด็กนี่ !! ไม่เคยเจอใครใช้ท่าทางนิ่งเงียบกวนตีนได้เท่าหมอนี่อีกแล้ว

 

 

 

            หลังจากฟาดฟันสายตากับไอ้เด็กนั่นอยู่สักพัก ซองกยูก็กลับมาอยู่ในสภาวะปกติอีกครั้งเมื่อพนักงานรับออกเดอร์สุดกวนประสาทเดินจากไป เขามองไปรอบๆ ร้านสอดส่องดูว่าน้องชายเขาอยู่ส่วนไหนของร้านก่อนจะตบเข้าหน้าผากตัวเองแรงๆหนึ่งทีเหมือนคิดอะไรออก

 

            “ถ้าซองยอลไม่ได้มาร้านนี้เวลาเดียวกันล่ะวะ โอ้ย ซองกยูทำไมโง่อย่างนี้” ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ เขาไม่ต้องเสียเวลานั่งรอทั้งวันเลยหรือไงกัน

 

 

ลูกค้าเข้าออกร้านนี้ก็ใช่ว่าจะน้อยเสียเมื่อไหร่ ถึงช่วงที่เขามาจะอยู่ในช่วงเกือบจะบ่าย แต่คนก็ยังแวะเวียนเข้ามาอย่างไม่ขาด..การที่จะมองหาซองยอลเจอก็คงจะทำไม่ได้ง่ายๆ แล้ววันนี้เขาก็ว่างแค่ช่วงนี้เสียด้วยสิ

 

 

            ทำยังไงดี อยากรู้จะแย่ว่าน้องชายของเขามาคลุกจนถึงดึกดื่นในร้านของหวานแบบนี้ทำไม

 

 

            มานั่งดื่มกาแฟไม่ใส่น้ำตาลหรอ ? นั่งละเมียดเค้กหรอ ? มันก็คงไม่ใช่ทั้งสองอย่าง เพราะนโยบายของร้านก็ประกาศกร้าวอยู่โต้งๆว่า..ไม่ – มี – อะ – ไร –ที่ – ไม่ – หวาน

 

 

แล้วซองกยูก็รู้ดีว่าซองยอลไม่ชอบของหวาน หากได้กินแล้วอาจะเกิดอาการคลื่นเหี้ยนเอาง่ายๆได้ แล้วน้องเขาจะมาทำอะไรที่นี่วะ? ไม่ว่าจะคิดยังไงก็คิดไม่ออก ซองกยูถึงกลับขยี้ผมตัวเองอย่างคนคิดไม่ตก

 

 

            ทำไมนะ น้องชายเขาชอบหาเรื่องปวดหัวมาให้จริงเชียว ตั้งแต่เรื่องคบกับแอลโจแล้ว ตอนนั้นก็เคยเตือนอยู่ ยุให้เลิกก็ทำมาแล้วแต่สุดท้ายก็ไม่เป็นผล เลยได้แต่ทำใจปล่อยให้ทั้งคู่คบกัน แล้วสุดท้ายก็ไม่พ้นที่เจ้าตัวแสบของเขาต้องมานั่งเสียใจเป็นบ้าเป็นบอ สติสูญหายแบบวันนั้น

 

 

พอมาเจอเรื่องนี้ ก็รู้สึกได้ว่าต้องมีเรื่องวุ่นๆเกิดขึ้นแน่นอน..ก็อีซองยอลนี่นะ ไม่วุ่นก็บ้าแล้ว !

 

 

 

 

            “ชาดาร์จีลั่งได้แล้วครับ”

 

 

กลิ่นหอมอ่อนๆคล้ายองุ่นลอยมาแตะจมูกพร้อมกับแก้วกระเบื้องเนื้อดีที่บรรจุชาสีนวลไว้ถูกนำมาเสริฟ์ ไอความร้อนของถ้วยชาลอยอย่างบางเบาชวนให้สูดดมความหอมของเครื่องดื่มนั้น

 

 

และอีกอย่างทุ้มเสียงเมื่อครู่ก็ดูละมุนดูน่าหลงใหลเข้ากันกับชาถ้วยนี้เหลือเกิน คงจะไม่ใช่ไอ้เด็ก มยองซูสินะ

 


ซองกยูก้มศีรษะเป็นการขอบคุณเล็กน