lcheshirex View my profile

[ SF ] Accident love ♥ ChanBaek

posted on 22 Feb 2013 22:36 by cheshirexx in EXO directory Fiction

 

 

 

A c c i d e n t   l o v e


C H A N Y E O L ♡ B A E K H Y U N

(EXO)

PG-13

 

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Only have a hope

Only have a faith in affection

And only believe in feeling about each other

As a result be able to embroil at even

Don’t have way turn back

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

เพียงแค่มีกำลังใจ

เพียงแค่มีศรัทธาในความรัก

เพียงแค่เชื่อมั่นในความรู้สึกที่มีต่อกัน

ก็จะสามารถเชื่อมความรักที่แม้ไม่มีหนทางให้กลับคืนได้

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Park Chanyeol

            ความทรงจำท้ายสุดที่ผมจำได้ก่อนสมองจะดับวูบลง คือ .. คำบอกเลิกของใครบางคน .. ใครบางคนที่ผมก็จำไม่ได้ว่าเป็นใคร และความทรงจำล่าสุดของผมก็คือใบหน้าของใครสักคน ที่ผมต้องย้ำกับตัวเองนักหนาว่า นายห้ามลืมใบหน้าของคนๆนี้เด็ดขาด .. ก่อนถึงวันคริสมาส ผมจะทำให้เขาเห็นผมให้ได้

 

 

 


Byun Baekhyun

        บางทีผมก็คิดว่าตัวเองคงจะบ้าจริงๆเหมือนที่คนรอบข้างชอบพูดนิยามตัวผม .. หรือบางทีผมก็คิดว่าผมคงไม่ได้บ้าหรอก เพราะสิ่งที่ผมได้เจอบางทีมันอาจเป็นโชคชะตาที่คนบนฟ้ากำหนดให้ผมอยู่แล้วก็ได้ แล้วผมก็ไม่ได้เป็นคนชอบฝืนชะตาเสียด้วยสิ  .. คริสมาสนี้ ผมไม่ขออะไรมาก แค่เขามาปรากฏตัวตรงหน้าผมด้วยร่างกายแท้จริงเท่านั้นก็พอใจ

 

 

 

 

 

 

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 ♡ Accident love ♡

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

           

 

 

 

            “แบคฮยอนอา..ตื่นได้แล้ว” เสียงปลุกแผ่วเบา ไม่ได้เรียกให้เจ้าของชื่อตื่นขึ้นมาได้อย่างที่อยากให้เป็น มีเพียงการขยับตัวเล็กน้อยเท่านั้น

 

 

เหมือนจะรับรู้แต่ก็ไม่ใช่


            คนตัวเล็กบนที่นอนสีอ่อนขยับซุกตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนหนาเหมือนกำลังหาที่อุ่นๆให้กับตัวเอง ขยับเพียงเท่านั้นแล้วก็หยุดนิ่งเหมือนเคยหลับตาพริ้มอยู่ในห้วงความฝัน คนที่ส่งเสียงปลุกได้แต่ระบายยิ้มอย่างซุกซน..บยอนแบคฮยอนปลุกยากนักใช่ไหม ต้องเจอไม้นี้ !

 

 

            ผ้าห่มผ้าหนาถูกดึงพรวดออกจากคนตัวเล็กจนคนที่ซุกตัวอยู่นั้นกลิ้งหลุนๆตามแรงดึงก่อนจะลงกระทบกับพื้นไม้เนื้อดี เรียกให้คนถูกกระทำตื่นขึ้นอย่างเต็มตาแต่ยังคงมีอาการงัวเงียอยู่

 

 

            “อะไรวะเนี่ย ! เจ็บชะมัด” แบคฮยอนส่งเสียงร้องติดไม่พอใจพร้อมกับใบหน้ายุ่งๆ มือเล็กขยี้ตาเบาเพื่อให้ตัวเองหายงัวเงีย..คนแกล้งส่งเสียงหัวเราะคิกคักก่อนจะปาหมอนใบใหญ่ใส่คนเพิ่งตื่นดังปั่กเป็นการส่งท้ายสำหรับขั้นตอนการปลุกในเช้านี้

 

            แบคฮยอนปัดหมอนออกจากหน้าด้วยใบหน้ายุ่งมากกว่าเดิม ผมสีน้ำตาลอ่อนชี้ฟูไปคนละทางทำให้เจ้าตัวดูเหมือนเด็กน้อยน่ารักน่าเอ็นดูถูกขยี้จนมันฟูมากกว่าเดิมเหมือนกำลังจะหงุดหงิดเต็มที่ ยิ่งทำให้คนที่โยนหมอนมายิ้มชอบใจยิ่งขึ้นไปอีก ขยับมานั่งตรงหน้าคนตัวเล็กจ้องมองใบหน้าน่ารักที่กำลังอารมณ์เสียอย่างมีความสุข

 

 

            “โอ้ย หล่นมาได้ไงวะ” พลันสายตาขึ้นมามองตรงไปยังคนที่ปาหมอนมาอย่างเอาเรื่อง

 

..เหมือนจะใช่แต่ก็ไม่ใช่


“แปดโมงแล้ว !!!!!!!! สายแน่ๆบยอนแบคฮยอน !!!!!” คนตัวเล็กเบิกตากว้างเมื่อเห็นเข็มสั้นชี้เลขแปดบ่งบอกเวลาว่าตอนนี้ใกล้จะถึงคลาสเรียนแรกของเขาแล้ว แบคฮยอนคว้าผ้าเช็ดตัวที่พาดไว้ตรงปลายเตียงแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไป เหลือทิ้งคนปลุกไว้ภายในห้องคนเดียว ...

 

 

จะว่าทิ้งก็ไม่ได้หรอก เพราะบยอนแบคฮยอนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีปาร์คชานยอลอยู่ตรงนี้ด้วยอีกหนึ่งคน เสียงของเขาเหมือนแบคฮยอนจะรับรู้ แต่ไม่เคยจะตอบรับกลับมาให้มั่นใจว่าได้ยิน สายตาที่เหมือนจะมองเห็นเขาแต่ก็ไม่เคยจะใช่สักครั้ง .. มันเป็นแบบนี้มาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว

 

 

เกือบหนึ่งเดือนที่ปาร์คชานยอลได้แต่ตามติดบยอนแบคฮยอนเป็นวิญญาณตามตัว เรียกว่าวิญญาณก็คงไม่ถูกซะทีเดียว เพราะเขาคิดว่าเขายังไม่ตาย เพียงแต่ว่าเขาไม่รู้ว่าร่างกายของเขาอยู่ที่ใด เขาจึงไม่รู้ว่าจะเรียกสถานะตัวเองว่าอย่างไร ในเมื่อไม่มีใครสามารถสื่อสารกับเขาได้สักคน ไม่มีใครมองเห็นเขาแม้แต่แบคฮยอน .. เขาก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองกลายมาเป็นแบบนี้ได้อย่างไร

 

 

ชานยอลจำได้ว่าความทรงจำสุดท้ายของตัวเองคือคำบอกเลิกของใครบางคน ก่อนที่เขาจะมารู้สึกตัวอีกครั้งก็เป็นอย่างที่เห็น .. ไม่มีใครมองเห็นเขาสักคน

 

 

ในตอนนั้นเขายืนอยู่ริมฟุตบาทคนเดียวท่ามกลางผู้คนที่เดินสวนกันไปกันมาผ่านร่างกายเขา ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรหัวสมองมันขาวโพลนไปหมดเหมือนหิมะที่โปรยปรายลงมา คิดแต่จะต้องทำให้ใครสักคนเห็นเขาให้ได้ และพาเขากลับไปที่บ้านหรือที่ไหนก็ได้ที่ไม่ต้องอยู่คนเดียว จนความคิดของเขาถูดดูดดึงให้หันไปเจอคนตัวเล็กคนนี้ บยอนแบคฮยอน ที่กำลังเดินข้ามถนนสวนมา

 

 

ตอนแรกเขาก็ไม่ได้คิดจะติดตามหรือให้แบคฮยอนเป็นคนช่วยเขาหรอก เพียงแต่ในเวลาเสี้ยววินาทีนั้นที่ได้สบตา บอกได้เลยว่ามันเหมือนมนต์สะกดที่น่าหลงใหล เขาถูกดึงให้ไปตามคนตัวเล็กนี้เองโดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ ไม่ว่าแบคฮยอนจะไปทางไหนขายาวๆของเขาก็จะก้าวตามไปด้วย เขาเคยลองหยุดนิ่งๆแล้วปล่อยให้แบคฮยอนเดินห่างออกไป แต่ก็ไม่สำเร็จขาของเขาจะก้าวตามเองโดยอัตโนมัติ จนกลายเป็นว่าเขาได้จับพลัดจับพลูติดสอยห้อยตามคนตัวเล็กจนถึงทุกวันนี้

 

 

โดยทั้งๆ ที่แบคฮยอนเองก็ไม่รู้

 


เขาเคยพยายามที่จะสื่อสารกับแบคฮยอนให้ได้แต่ไม่ว่าจะลองกี่ครั้งก็ไม่สำเร็จ คนตัวเล็กไม่มีท่าทีว่าจะรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขา ถึงแม้บางทีจะทำเป็นเหมือนรับรู้ให้ชานยอลได้ดีใจเล่น แต่สุดท้ายก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม .. แบคฮยอนก็ไม่ยังรู้อยู่ดีว่าปาร์คชานยอลตามติดเป็นตังเมอยู่แบบนี้ !!

 

 

ได้แต่คิดแล้วก็กลุ้มใจหรือว่าเขาจะตายเป็นวิญญาณแล้วจริงๆ วะ

 

 

 

 

 

ชานยอลหยุดความคิดต่างๆ เมื่อเสียงน้ำไหลหยุดลงสักพักก่อนคนตัวเล็กจะรีบวิ่งออกมาจากห้องน้ำพร้อมทั้งผมที่ยังเปียกหมาด แบคฮยอนรีบคว้าเสื้อมาสวมอย่างลวกๆ โดยไม่สนใจแม้แต่จะทำผมของตัวเองให้แห้งเสียก่อน ชานยอลส่ายหัวเล็กน้อย..เป็นแบบนี้ประจำแล้วก็ต้องเป็นเขานี่แหละที่ต้องจัดการในส่วนตรงนี้

 

 

ถึงแม้จะสื่อสารด้วยไม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะทำอะไรให้ไม่ได้เสียหน่อย

 

 

ชานยอลขยับลุกขึ้นเดินไปตรงหน้าโต๊ะกระจกที่เต็มไปด้วยเครื่องบำรุงผิวของคนตัวเล็กนี้ เขาเปิดลิ้นชักเล็กๆของโต๊ะออกแล้วหยิบไดส์เป่าผมออกมา โดยที่อีกคนไม่ทันสังเกตเพราะมัวแต่ง่วนกับการติดกระดุมเสื้อเชิตร์

 

 

ฟู่

 

ลมร้อนถูกปล่อยออกมาจากเครื่องเป่าผมสีผมสนิทดังฟู่เล่นเอาคนที่กำลังขะมักเขม่นรีบแต่งตัวให้เสร็จ ถึงกลับสะดุ้งสุดตัวหันขวับมองไปทางต้นเสียงด้วยแววตาแตกตื่น แบคฮยอนอ้าปากค้างกับสิ่งที่เกิดขึ้น รีบติดกระดุมเม็ดสุดท้ายให้เสร็จแล้วทำใจกล้าเดินไปตรงโต๊ะเครื่องแป้งที่มีไดท์เป่าผมสีดำเปิดใช้การอยู่

 

 

“ลืมดึงปลั๊กออกหรอวะแบคฮยอน” เจ้าตัวทำหน้าแหย่มองไดท์เป่าผมเจ้าปัญหา ถึงจะพูดว่าตัวเองลืมดึงปลั๊กออก แต่ในใจเขารู้ดีว่ามันไม่ใช่ ! ทำไมบยอนแบคฮยอนจะจำไม่ได้ว่าตัวเองเก็บไดท์เป่าผมหลังจากใช้เสร็จเข้าลิ้นชักไปเมื่อสองวันก่อน ... แล้วที่มันมาวางไว้บนโต๊ะและเปิดเองได้นี่

 

คือ – อะ –ไร

 


ไม่อยากจะคิดให้ขนลุกขนชัน มือเล็กลูบแขนตัวเองเป็นการเรียกกำลังใจกลับมาก่อนจะสะบัดผมเป็นพัลวันจนน้ำหยดเล็กๆที่เกาะตามไรผมสวยเพราะยังไม่แห้งกระเซ็นโดนใบหน้า

 

 

“อ้าว ลืมเช็ดผมอีกแล้ว” ใช้มือจับๆที่เส้นผมแล้วขยี้เบาๆ ก็เห็นว่าผมยังไม่แห้งลงเลยสักนิด เวลาตอนนี้ก็ใกล้คลาสเรียนแรกเข้ามาทุกที คงไม่มีเวลามานั่งเช็ดผมด้วยผ้าขนหนูอย่างที่ชอบแน่ๆ แบคฮยอนตัดสินใจหยิบไดท์ที่เปิดอยู่ขึ้นมาเป่าผมของตัวเองอย่าเร่งรีบ

 

อา .. ถ้าไม่เห็นไดท์เป่าผมบยอนแบคฮยอนคงเดินหัวเปียกไปเรียนแน่นอนเลย

 

 

 

การกระทำเหล่านั้นเรียกรอยยิ้มให้บุคคลที่ยืนมองสะท้อนอยู่ในกระจกได้อย่างไม่ยาก ชานยอลยืนกอดอกมองอย่างพอใจที่ทำให้เจ้าตัวเล็กเช็ดผมให้แห้งก่อนออกจากบ้านได้ เขารู้ว่าแบคฮยอนไม่ชอบเท่าไหร่ถ้ามีฝุ่นติดหัวหลังจากสระผมเสร็จ แล้วการออกไปข้างนอกทั้งๆ ที่ผมยังไม่แห้งก็ยิ่งทำให้ฝุ่นเกาะง่ายขึ้นกว่าเดิมมากๆ ถ้าเป็นแบบนั้นมีหวังตอนเย็นแบคฮยอนคงต้องกลับมาสระผมอีกรอบแน่

 

 

ชานยอลมองคนที่ยืนก้มหัวตั้งใจเป่าผมอีกครั้ง .. รอยยิ้มน่ารักจากปากบางสวยถูกฉายผ่านกระจกมาให้เขาพร้อมกับดวงตาเรียวเล็กสีน้ำตาลเข้มที่ช้อนมองมาทางเขาเช่นกัน

 

อีกแล้วที่แบคฮยอนเหมือนจะส่งยิ้มมาให้เขาเป็นการขอบคุณ ทำเหมือนว่าเขามีตัวตนในสายตาของเจ้าตัว

 


 ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชานยอลรู้สึกแบบนี้ แต่มันทุกครั้งที่เขาได้ทำสิ่งต่างๆ ให้แบคฮยอน แล้วจะได้รอยยิ้มแบบนี้กลับมาเสมอ เหมือนว่าแบคฮยอนกำลังยิ้มเพื่อขอบคุณเขา

 

 

 

นายเห็นฉันไหม บยอนแบคฮยอน 

 

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 ♡ Accident love ♡

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

“พี่แบคฮยอน ! ” เสียงตะโกนดังมาตามระเบียงทางเดิน ร่างสูงโปร่งของใครบางคนกำลังวิ่งมาทางเจ้าของชื่อพร้อมถุงขนาดใหญ่ในอ้อมแขน

 

 

หวางจื่อเทา นักเรียนแลกเปลี่ยนจากประเทศจีน เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่ง ผู้มีผมสีดำขลับ ดวงตาเฉียวที่มองเพียงแว๊บแรกคนอื่นอาจพากันคิดว่าเป็นพวกนักเรียนอันตพาล แต่ถ้าหากลองได้เข้าใกล้หรือพูดคุยแล้ว .. หวางจื่อเทาคนนี้ ห่างไกลจากคำว่าอันตพาลมาเลยทีเดียว

 

 

แบคฮยอนหันไปตามเสียงเรียกพร้อมกับเลิกคิ้วมองอย่างุนงง เขายกนาฬิกาเรื่อนโปรดขึ้นดูเวลาที่บ่งบอกว่าตอนนี้ได้เลยเวลาเรียนคาบแรกมาแล้วเล็กน้อย แต่ทำไมรุ่นน้องต่างแดนคนนี้ยังวิ่งเล่นอยู่ตามทางเดินอีกเนี่ย

 

 

“ไม่เข้าเรียนหรอจื่อเทา ? ” ถามออกไปก่อนจะมองรุ่นน้องตัวสูงที่กำลังเท้ามือไปกับหน้าขาแล้วหายใจอย่างเหนื่อยหอบ ท่าทางนั้นทำให้เขาเผลอหายใจแรงๆตามจังหวะของจื่อเทาไปด้วย

 

 

จื่อเทาเงยหน้ามองรุ่นพี่ตัวเล็กที่หายใจอย่างเหนื่อยหอบตามเขาแล้วก็หลุดหัวเราะออกมา ก่อนจะยืดตัวขึ้นเต็มความสูง พี่แบคฮยอนน่ารักแต่เช้าเลยแฮะ

 


“ตอนนี่แค่คาบโฮมรูม ไม่เข้าไม่เป็นไรหรอกครับ ผมอยากเจอพี่แบคฮยอนก่อน”

 

“เอ๋ ? ” แบคฮยอนเอียงคออย่างงุนงง ทำไมจื่อเทาต้องอยากเจอเขาก่อนด้วยล่ะ ยังไงเย็นนี้เข้าชมรมการแสดงก็ต้องเจอกันอยู่ดี

 

“ผมแค่อยากจะมาชวนพี่ก่อนคนอื่น”

 

“ชวนพี่ ? ชวนอะไรหรอ ? ”

 

“ก็ .....” จื่อเทาแกล้งลากเสียงยาวให้อีกคนลุ้นเล่นๆ ก่อนจะก้มตัวลงยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ จนแบค ฮยอนต้องเอนตัวเว้นระยะห่างให้มากที่สุด

 

ตึก.. ตึก.. ตึก..

 

ห่างออกไปไม่ไกลจากสองคนนั้น เสียงเคาะรองเท้ากับพื้นดังขึ้นเงียบๆ มีเพียงเจ้าของรองเท้าเท่านั้นที่ได้ยิน ปาร์คชานยอลที่ติดสอยห้อยตามคนตัวเล็กกอดอกยืนพิงกำแพงมองแบค ฮยอนกับจื่อเทาคุยกันมาได้สักพัก ความรู้สึกหงุดหงิดใจก่อตัวอย่างเงียบๆ

 

 

เรื่องนี้ก็เช่นกันที่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ปาร์คชานยอลรู้สึก หากแต่มันเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งหรือเรียกได้ว่าแทบจะทุกวันเลยก็ว่าได้ ... ทุกวันที่บยอนแบคฮยอนมาโรงเรียนและทุกครั้งที่มีคนมายุ่งย่ามเหมือนอย่างที่ไอ้แพนด้าจากชิงเต่ากำลังทำอยู่

 

บอกได้เลยว่าปาร์คชานยอลไม่ชอบใจเท่าไหร่หนักหรอกและเผอิญว่าเขาแต่เดิมที่ยังมีร่างเป็นตัวเป็นตนก็ไม่ใช่คนดีอะไรอยู่แล้ว พอไม่ชอบใจอะไรก็ไม่ทนดูเฉยๆแน่นอน

 

ชานยอลดุนลิ้นไปกับกระพุ้งแก้มอย่างใช้ความคิด คิ้วเรียวได้รูปขมวดจนเกือบจะแน่นมองจื่อเทาและแบคฮยอนอย่างไม่วางตา ยิ่งเห็นยิ่งหงุดหงิด หงุดหงิดจนอย่างจะเข้าไปขัดให้หน้าหงายไปซะตรงนั้น

 

 

 

“เล่นอะไรสนุกๆกันหน่อยแล้วกันนะไอ้แพนด้าชิงเต่า” ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างมีเลศนัย

 

เรื่องทำให้คนอื่นหน้าแตกขอให้บอกปาร์คชานยอลคนนี้เถอะ

 

 

 

“ก็อะไรหรอจื่อเทา” แบคฮยอนถามอีกครั้งและยังเกร็งตัวเว้นระยะห่างเอาไว้ รุ่นน้องตัวสูงก็ยังคงอมยิ้มไม่ยอมตอบออกมาเสียที แถมยังเริ่มจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆแบคฮยอนมากกว่าเดิม

 

“ก็ ..... พรวด ! แค่กๆ ! อะไรเข้าปากผมอ่ะ” จื่อเทาที่กำลังจะอ้าปากถามคำถาม อยู่ๆก็บ้วนเศษกระดาษกลมๆเล็กๆออกมาจากปากตัวเองแล้วทำหน้าบอกบุญไม่รับ

 

บุญจะรับได้ยังไงล่ะ ! อยู่ๆ ก็มีกระดาษก้อนกลมลอยมาเข้าปากเนี่ยนะ ! มันมาได้ยังไงหวางจื่อเทาไม่เข้าใจ !!

 

“แค่กๆ เค็มด้วยอ่ะพี่แบคฮยอน แหวะ”

 

“ค่อยๆ จื่อเทา เป็นอะไรมากไหม” แบคฮยอนลูบแขนลูบหลังรุ่นน้องเป็นการใหญ่เมื่อเห็นสภาพบอกบุญไม่รับของจื่อเทา

 

 

เขาได้แต่ทำยิ้มแห้งๆ เป็นการปลอบประโลมให้รุ่นน้องหายตกใจ ก่อนจะหันไปมองรอบๆ จ้องไปยังถังกระขยะสแตนเลดที่ต้องอยู่ตรงมุมก่อนจะเลียวไปอีกทาง ในนั้นแบคฮยอนเห็นกระดาษปึกใหญ่ที่ถูกขย้ำทิ้งจนเกือบจะล้นออกมาปะปนไปกับเศษขยะอย่างอื่นด้วย...ไม่อยากจะคิดว่าไอ้เศษกระดาษพวกนั้นอาจจะมาจากถังขยะ

 

ชานยอลยืนหัวเราะจนตัวงอกับท่าทางของจื่อเทาที่โดนเขาโยนเศษกระดาษใส่อยู่ตรงข้างถังขยะ ฝีมือเขาแม่นเอาเรื่องอยู่เหมือนกันแฮะ ชู้ตลงปากไอ้แพดด้าชิงเต่าพอดิบพอดี นึกแล้วก็ยิ่งหัวเราะไม่หยุดแต่สักพักกลับต้องชะงักเพียงเพราะรู้สึกถึงสายตาของใครบางคน

 

สายตาที่เขาก็ไม่รู้ว่าได้มองมาที่เขาจริงหรือเปล่า แบคฮยอนมองมาทางเขาใช่ไหม

 

ใบหน้าน่ารักงอง้ำเหมือนไม่พอใจมองมาทางเขาเป็นสิ่งที่ชานยอลเห็นและสัมผัสได้ แบคฮยอนถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปสนใจจื่อเทาอีกครั้ง

 

เมื่อกี้ไม่ได้ตาฝาดใช่ไหม ? แบคฮยอนทำท่าเหมือนเห็นเขาและดูเหมือนจะรู้ว่าเขาเป็นคนทำ มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไง ในเมื่อแบคฮยอนไม่เคยรู้ว่ามีเขาอยู่ติดข้างกายแบบนี้

 

อีกแล้วที่แบคฮยอนทำเป็นเหมือนรับรู้ว่ามีเขาอีกคน

 

“พี่ว่าจื่อเทารีบเข้าเรียนดีกว่า จวนจะหมดคาบโฮมรูมแล้วด้วย” แบคฮยอนยกนาฬิกาขึ้นดูเวลาอีกรอบแล้วบอกรุ่นน้องให้รุ่นน้องเข้าห้องเรียนเพราะเขาก็อยากจะรีบเข้าห้องเรียนเหมือนกัน ... นี่ก็เ