lcheshirex View my profile

[ SF ] Wordlessly {♥Myungyeol}

posted on 04 Mar 2013 12:29 by cheshirexx in INFINITE directory Fiction

 

 

W o r d l e s s l y


MYUNGSOO SEONGYEOL

 


 

.

.

 

ผมกับเขาเราห่างกันเพียงแค่โต๊ะเรียนที่คั่นกลางเอาไว้

 

.

.

 

“อีซองยอล ออกมาแก้โจทย์คณิตศาสตร์ข้อนี้สิ” เสียงเข้มของอาจารย์ปลุกให้เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมามองตรงไปยังหน้ากระดานด้วยอาการสะลึมสะลือ ปากที่กำลังห้าววอดๆ เป็นสิ่งยืนยันได้อย่างดี

 

ใช่ .. อีซองยอลกำลังแอบหลับในคาบเรียนคณิตศาสตร์ที่แสนน่าเบื่อ

 

 

เขาไม่ใช่คนที่จะมีสมาธิในการแก้โจทย์ที่ซับซ้อนของตำราเรียนในชั้นมัธยมปลายได้สักเท่าไหร่ พูดง่ายๆ อีซองยอลโง่คณิตยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น ไม่ว่าจะของตำราชั้นไหน เขาก็แก้ไม่ได้หรอก นอกจากบวก ลบ คูณ และหารที่ได้นิดๆหน่อยเป็นผลพลอยได้จากชั้นประถมแค่นั้น

 

 

.. แล้วตอนนี้ อีซองยอลต้องออกไปแก้โจทย์สมการบ้าบอหน้าชั้นเนี่ยนะ ..

 

เอามีดมาปาดคอเลยดีกว่า

 

ซองยอลเบ้ปากเล็กน้อย ก่อนจะส่งสายตาไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนรอบข้าง นัมอูฮยอนเป็นเป้าหมายแรกในการส่งสายตาวิ้งๆ แต่ปากที่ขมุบขมิบตอบกลับของเพื่อนสนิท เขาจับใจความได้ว่า ‘กูทำไม่เป็นเหมือนกัน’ ทำเอาหน้าของซองยอลเหี่ยวลงไปทันตา

 

ขอบคุณมากนัมอูฮยอน T ------------ T

 

.. ใครก็ได้เขียนโพยแล้วโยนมาให้อีซองยอลที ..

 

โปก

มือเรียวยกขึ้นลูบหัวตัวเองปอยๆ เมื่อมีสิ่งแปลกประหลาดตกกระทบมายังศีรษะกลมๆ ของเขา คิ้วบางย่นเข้าหากัน สายตาตวัดไปยังทิศที่คาดว่าสิ่งแปลกประหลาดก้อนนี้ลอยมา ซึ่งมันอยู่ห่างไม่มากเท่าไหร่

 

มันมีเพียงแค่ทางเดินและโต๊ะเรียนว่างๆไร้คนนั่งอีกหนึ่งแถวคั่นเอาไว้ .. และถัดไปมันคือที่นั่งของใครบางคน

 

ใครบางคนที่อีซองยอลไม่กล้าที่จะหันไปสบตาเลยสักครั้ง 

 

 

“อีซองยอล จะต้องให้เรียกอีกกี่สิบหน ออกมาเร็วๆ ช้ากว่านี้โดนหักคะแนนแน่” ซองยอลก้มหน้าหยิบก้อนกระดาษที่ลอยมาคลี่ออก เผยให้เห็นลายมืออ้วนๆ กลมๆ ที่เขียนคำตอบของสมการและวิธีการทำของโจทย์ข้อนี้อย่างละเอียดเอาไว้

 

ดวงตาใสเหลือบไปยังด้านข้าง ไม่กล้าจะเงยหน้าหันไปมองตรงๆ .. เหลือบจนตาแทบขวิด ก็เห็นเพียงแค่เสี้ยวหน้าของคนที่คิดว่าน่าจะปาก้อนกลมๆนี่มา กำลังนั่งเอามือเท้าคางกับโต๊ะหมุนปากกาเล่นอย่างไม่มีท่าทีว่าเป็นคนทำ

 

.. หรือจะไม่ใช่เป็นคนทำจริงๆ ..

 

“ออกไปเร็วๆ ซองยอล อาจารย์จะกินหัวนายอยู่แล้ว” เสียงกระซิบเบาๆ จากโฮย่าที่นั่งห่างออกไปด้านหลัง กำลังเร่งเร้าให้ซองยอลลุกขึ้นและก้าวออกไปแก้โจทย์เลขข้อนี้สักที .. หรือโฮย่าจะเป็นคนปามา ..

 

บางทีมันอาจจะใช่แบบนั้นแหละ .. คงไม่ใช่จากคนที่เขาเหลือบมองหรอก .. มั้ง

 

เพราะเขากับคนนั้น ไม่เคยแม้แต่จะเริ่มประโยคสนทนาเลยสักครั้ง เป็นเพียงแค่เพื่อนร่วมห้องก็อาจจะมากพอสำหรับเราทั้งคู่

 

.

.

 

 

เป็นเพียงแค่เพื่อนร่วมห้องของคิมมยองซู ก็มากพอแล้วสำหรับอีซองยอล

 

 

 

ซองยอลแอบเอาโพยนั้นออกไปแล้วเขียนตามทุกสิ่งในกระดาษจนแก้สมการครบตามที่โจทย์ให้มา วางช็อคลงก่อนปัดอย่างลวกๆ ไม่รู้อะไรทำให้เขามั่นใจว่าที่เขียน มันถูกต้องแน่นอน รอยยิ้มกว้างถูกส่งให้อาจารย์หน้าดุที่ยืนคิ้วขมวดจ้องสมการที่เขาแก้

 

“ถูกต้อง .. ถ้าคราวหลังแอบหลับอีก ฉันตัดคะแนนจิตพิสัยนายแน่” พูดแค่นั้นก่อนจะหันไปบอกให้นักเรียนเปิดโจทย์ข้อต่อไป

 

ให้รู้เสียบ้างว่าอีซองยอลคือใคร

 

ร่างสูงบางเดินฉายรอยยิ้มกวนๆตามสไตล์ฉายาเด็กประถม กลับเข้าที่นั่งตัวเอง เขาเหลือบเห็นอูฮยอนยกนิ้วโป้งขึ้นแล้วหัวเราะเบาๆ ส่งมาให้ .. แน่ละ ไอ้นี่คงไม่คิดว่าอีซองยอลจะแก้โจทย์เลขที่ซับซ้อนได้ ..

 

ก็เขาแก้ไม่ได้จริงๆ นี่ แต่เพราะมีตัวช่วยต่างหาก ว่าแล้วก็ควรหันไปขอบคุณโฮย่าสักหน่อย

 

“โฮย่า ขอบคุณสำหรับโพยนะ” ยิ้มให้จนแทบจะเห็นฟันครบสามสิบสองซี่

 

 

“โพยอะไรว่ะ ? ว่าแต่นายเก่งเลขตั้งแต่เมื่อไหร่ ข้อนี้มันยากสุดๆเลยนะ ฉันยังคิดไม่ออกอ่ะ” รอยยิ้มเป็นกระด้งแทบจะหุบลงทันตา

 

 

.. โฮย่าไม่ได้โยนโพยมาให้ !! แล้วมันใครวะ ..

 

คงไม่ใช่ ..

 

รีบหมุนตัวกลับมานั่งตัวตรง ก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะทำท่าแบบเดิม .. เหลือบมองไปยังด้านข้างอีกหน เอาว่ะ ! ตาจะเหล่ก็ให้มันรู้ไป ขอแค่ไม่ต้องเงยหน้ามองแบบเปิดเผย อีซองยอลยอมตาเหล่ก็ได้

 

มันมีเหตุผลนะ มันมีเหตุผล ..

 

เหลือบมองจนลูกกะตาเกร็งไปหมด ก็เห็นเสี้ยวหน้าของมยองซูเท่านั้น ก็แน่สิ .. หมอนั่นนั่งหันข้างอยู่นี่ แต่ตอนนี้กลับปลี่ยนท่านั่ง กลายเป็นท่านั่งที่ทำเอาอีซองยอลหลุบตาหลบแทบไม่ทัน

 

ก็แค่คิมมยองซูนอนแนบไปกับโต๊ะแล้วหันหน้ามาทางเขาแค่นั้น ! แค่นั้น แค่นั้นเสียเมื่อไหร่ ถ้าสายตาคมเข้มดวงนั้นไม่ได้มองมาทางเขา

 

เฮ้ย .. จะรู้ไหมว่าอีซองยอลเหลือบมองจนตาแทบขวิดแบบนี้

 

ว่าแล้วก็ขอเหลือบมองอีกทีแล้วกัน เพื่อให้แน่ชัดว่าคิมมยองซูไม่รู้ว่าเขาแอบเหล่มอง แต่สิ่งที่ได้กลับมาทำให้อีซองยอลรู้ว่าเขานั้นคิดผิด ปากบางได้รูปที่ขยับเบาๆ กับรอยยิ้มมุมปากที่ยกขึ้น

 

‘ลายมือฉันอ่านไม่ยากใช่มั้ย’

 

ชัดเจนนะ .. คิมมยองซูรู้ว่าเขาเหล่จนตาแทบขวิดแบบนี้ !

 

 

 

และที่สำคัญโพยนั้นเป็นของคิมมยองซู  

 

 

ซองยอลไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องทำหน้ายังไง ได้แต่ก้มหน้าให้ชิดหน้าอกมากกว่าเดิม แต่ศีรษะกับส่ายไปมาเบาๆ เหมือนเป็นคำตอบให้อีกฝ่าย

 

 

 

 

นี่เป็นการเริ่มประโยคสนทนาครั้งแรกของเขาและคิมมยองซูตั้งแต่อยู่ห้องเดียวกันมา

 

 

.

.

.

.

 

 

 

 

 


 

I miss you, I miss you – each moment that I miss you, I miss you more

(ทุกเวลาฉันคิดถึงเธอและคิดถึงเธอและคิดถึงเธอมากขึ้นเรื่อยๆ)

 

 

 

คิมมยองซูเข้าใจว่าตัวเองไม่ใช่คนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี ที่เป็นฝ่ายเข้าหาหรือเข้ากับคนได้ง่ายเหมือนคนอื่นๆ แต่เขาก็รู้ตัวว่าไม่ได้มีมนุษสัมพันธ์แย่ถึงขนาดไม่มีเพื่อน เขามีสังคม มีเพื่อนฝูงมากมายที่เข้ามาทำความรู้จักก่อนและเขาก็ตอบรับความสัมพันธ์พวกนั้นด้วยความยินดี แต่มีสิ่งหนึ่งที่ติดในใจมาตลอดสองปีเต็ม

 

อีซองยอล เพื่อนร่วมห้องที่นั่งถัดจากเขาไปหนึ่งแถว เราห่างกันเพียงแค่โต๊ะเรียนว่างๆกับทางเดินแคบๆเท่านั้น ..เพื่อนในห้องทุกคน มยองซูบอกได้เลยว่าเขาคุยจนครบทุกคนแล้ว แต่มีเพียงคนเดียวที่ไม่เคยแม้แต่จะสบตาหรือเฉียดเข้าใกล้กันเลยด้วยซ้ำ ก็คือคนที่เขาคิดถึงอยู่ตอนนี้นั่นแหละ

 

คนตัวสูงๆทีมีนิสัยเหมือนเด็กประถม รอยยิ้มที่ฉายให้เห็นฟันครบเกือบทั้งสามสิบสองซี่ อัธยาศัยดีเริศเข้ากับคนอื่นได้อย่างง่ายดาย เป็นสิ่งที่ทุกคนในห้องได้รับจากซองยอล .. แต่กับเขา ไม่เคยแม้แต่จะได้สบตาหรือเอ่ยเรียกชื่อเลยด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าทำไม ..

 

บางทีโจทย์ปัญหาข้อนี้ มันแก้ยากยิ่งกว่าสมการที่เขาเคยฝึกทำมาเสียอีก

 

รู้ไหมว่าอีซองยอลเป็นคนแรกที่เขาอยากจะเข้าไปแนะนำตัวเพื่อทำความรู้จัก เป็นคนแรกที่อยากจะเปลี่ยนตัวเองให้มีมนุษย์สัมพันษ์ที่ดีเหมือนคนอื่นบ้าง ..เพียงเพราะซองยอลคุยกับทุกคน ยกเว้นตัวเขา

 

หรือเขามันไม่น่าคบขนาดนั้นนะ ?

 

“หนักอ่ะ หนักกกกกกกกกกกกกกกกกไอ้บ้าอูฮยอน ทิ้งคนบอบบางอย่างอีซองยอลให้แบกชีทเลขบ้าๆคนเดียวได้ไงว่ะ”

 

เสียงบ่นกระฟัดกระเฟียดลอยมาจากหน้าประตูห้องเรียน ที่ตอนนี้มีเพียงเขาอยู่ในห้องแค่คนเดียว เวลานี้ไม่น่าจะมีนักเรียนอยู่ในตึกแล้วด้วยซ้ำ เพราะมันเย็นมาก เขาแค่นั่งแก้โจทย์เลขเพลินไปหน่อยจนเลยเวลากลับบ้านมามากขนาดนี้ ..

 

 

ครืดดดดดดดดดดด


เสียงเลื่อนประตูพร้อมกับร่างสูงบางของซองยอลที่หันหลังใช้ก้นดันให้ประตูเปิดออก

 

 

 

“เฮ้ยๆๆๆๆๆๆ” กองชีทที่สูงเป็นชั้นจนเกือบจะเลยหัว อาจเป็นสิ่งที่ทำให้อีซองยอลเสียการทรงตัวจนแทบจะหงายหลัง แต่ติดตรงที่ว่ามีมือที่มองไม่เห็นเข้ามาโอบหลัง พยุงให้เขาไม่ล้มก้นจิ้มไปกับพื้นเอาไว้

 

“ระวังหน่อยสิ”

 

เหมือนถูกสต๊าฟให้หยุดอยู่นิ่งๆ เสียงที่เขาเคยได้ยินจากไกลๆ แต่ตอนนี้กลับดังอยู่ใกล้หูจนคิดว่า ใครมาเสียบหูฟังไว้ในหูอีซองยอลหรือเปล่า .. มันชัดเจนมากเกินไป

 

“แบกคนเดียวไม่ไหวหรอก ฉันช่วยดีกว่า” ชีทเลขเกินครึ่งถูกหยิบยกไปจากมือของซองยอลที่ยืนตัวเกร็ง ไม่ขยุกขยิกไปไหน .. สถานการณ์แบบนี้ อีซองยอลต้องทำตัวยังไง ..

 

กับคนที่เขาไม่เคยคิดว่าจะต้องมาอยู่ด้วยกันสองคนแบบนี้ คิมมยองซู

 

 

 

“ข .. ขอบคุณ” มีเพียงเสียงขอบคุณแผ่วเบาเท่านั้น ที่อีซองยอลนึกออก

 

“ครั้งแรกเลยนะ ที่ฉันได้ยินเสียงนาย” รอยยิ้มที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมากเท่าไหร่ ตอนนี้มันกลับถูกส่งมาให้อีซองยอลที่ยืนแข็งทื่อถือชีทอยู่หน้าประตู

 

 

ตั้งสติไว้นะ !

 

“อย่างงั้นหรอ” เสียงของมยองซูเขาก็เพิ่งได้ยินชัดเจนก็วันนี้เหมือนกัน

 

“อืม อย่างงั้นแหละ”

 

“อ .. อืม”

 

ประโยคข้างบนนั้นมันคืออะไร นี่มันไม่ใช่ตัวอีซองยอลเลยนะ .. ปากอยากจะขยับให้มากกว่านี้ แต่มันก็กลับพูดอะไรไม่ออก อาการเกร็งมันเกิดขึ้นมาได้ยังไง ทั้งๆที่ซองยอลคิดว่าตัวเองเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ง่ายมาก แต่กลับคิมมยองซู

 

ทำไมถึงทำอะไรออกไปอย่างที่ใจคิดไม่ได้เลย

 

ก็รู้ว่าเวลาตอนเย็นนั้นมันเงียบมากอยู่แล้ว ยิ่งไม่มีการสนทนามันก็ยิ่งเงียบมากกว่าที่เคยละสิ .. มยองซูไม่ได้พูดอะไร ซองยอลก็ไม่แม้แต่จะขยับตัวไปไหน ชีทก็ยังคาอยู่ที่อ้อมแขน

 

“ไม่เอามาวางหรอ” มยองซูหันมาถาม ก่อนจะพับแขนเสื้อที่ปลดกระดุมออกก่อนหน้านี้ขึ้นไปถึงครึ่งแขน แล้วเตรียมจะเดินเข้ามาใกล้ซองยอลอีกครั้งเพื่อช่วยถือชีทไปวาง .. แต่อีกคนกลับก้าวเท้าถอยหลัง ซองยอลไม่รู้ตัวว่าแสดงปฏิกิริยาออกไปอย่างโจ่งแจ้งแค่ไหน

 

อีซองยอลไม่ได้ตั้งใจจะถอยหนีสักหน่อย

 

“นายอาจจะอยากมาวางเอง” มยองซูหยุดเดินแล้วเปิดทางเหมือนให้ซองยอลเดินไปวางชีทตรงโต๊ะเอง

 

.. บางทีเขาอาจจะเป็นคนไม่น่าคบ จนซองยอลกลัวก็เป็นไปได้ ..

 

ซองยอลยกชีทขึ้นมาบังหน้าก่อนพองลมที่แก้มทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เขาไม่เคยทำให้ใครรู้สึกแย่ แต่ตอนนี้เขารู้ตัวว่ากำลังทำให้คนตรงหน้ารู้สึกแย่มากแน่ๆ ซองยอลเอาชีทที่บังหน้าลงจนเหลือให้เห็นแต่ลูกกะตากลมๆ ขายาวก้าวทีละนิดไปยังโต๊ะที่อยู่เยื้องตรงที่มยองซูกำลังยืนพิง

 

ไม่มีใครพูดอะไรอีกครั้ง มันเป็นเพราะเขาเอง มยองซูยืนล้วงกระเป๋าพิงโต๊ะแล้วก้มมองพื้นแบบนั้น รู้สึกผิดเป็นบ้า ซองยอลแม้มริมฝีปากแน่น อยากจะพูดอะไรออกไปบ้างนะแต่หรือว่าเขาจะเดินออกไปเลยดี

 

แบบนั้นก็ยิ่งเหมือนกับว่าอีซองยอลรังเกียจมยองซูอ่ะสิ ! .. มันไม่ใช่นะ ..

 

“นายสอนเลขข้อนี้ให้ฉันได้ไหม” นิ้วเรียวชี้ไปยังสมุดโน้ตกับตำราคณิตที่เปิดค้างไว้บนโต๊ะเรียน .. อีซองยอลหาเรื่องคุยได้แล้ว .. แต่ก็

 

ทำไมหาเรื่องให้ตัวเองแบบนี้ว่ะ !!! ให้สอนเลขคณิตเนี่ยนะ !!! เออ ถ้าหลับขึ้นมาอีซองยอลไม่ต้องมีหวังจะได้คุยกับคิมมยองซูอีกเลยชาตินี้

 

“ได้สิ สบายอยู่แล้ว”

 

 

 

 

 

.

.

 

“ .. ยอล”

 

“ซ ... ยอ .. ล”

 

 

“ซองยอล” แรงสะกิดที่ต้นแขนทำให้คนที่นอนอยู่รู้สึกตัว คิมมยองซูยังสอนไปไม่ถึงครึ่งข้อเลยด้วยซ้ำ คนที่ขอให้ช่วยเล่นชิงหลับไปเสียก่อน เขาก็ปล่อยให้หลับไปเพราะคิดว่าอาจจะเหนื่อย

 

นั่งมองคนหลับอย่างนี้ก็เพลินดี

 

ซองยอลค่อยๆปรือตาที่หนักอึ้งให้เปิดรับภาพต่างๆ แต่เหมือนมันพร้อมจะหลับลงไปได้ทุกเมื่อ ซองยอล พริ้มตาลงอีกครั้ง แก้มยุ้ยๆที่แนบไปกับโต๊ะเหมือนมันจะแตกออกมาได้ตลอดเวลา ปากแดงอิ่มบ่นขมุบขมิบที่จับใจความไม่ค่อยได้ แต่เหมือนอยากจะบอกว่า ‘ขอต่ออีกหน่อยนะ’ อะไรประมาณนั้น

 

น่ารักชะมัด

 

อยากจะยืนมือเข้าไปสัมผัสแก้มสีอ่อนๆ นั่น แต่ก็ได้แค่คิด เพราะคิมมยองซูไม่ควรแตะต้องอีซองยอลมากไปกว่านี้ ถ้าซองยอลถอยนี้เขาอีกหน ชาตินี้อย่าหวังว่าจะได้คุยและได้เข้าใกล้อย่างตอนนี้อีก

 

 

 

I imagine out your face

(ฉันจินตนาการหน้าของเธอออกมา)

Will I see you in my dreams when I’m a sleep? 

(ฉันเจอเธอในความฝันของฉัน เมื่อฉันหลับ)

 

 

 

 

“มยองซู ..” คนถูกเรียกหันมองต้นเสียง แต่สิ่งที่เห็นคือซองยอลยังคงหลับตาเหมือนเดิม

 

 

ละเมอ ? ละเมอหรอ ?

 

 

“ไม่ได้ตั้งใจนะ” เขาพยายามจะขยับเข้าไปฟังใกล้ๆ ว่าอีกคนนั้นพูดอะไร มันท่าทางจะเกี่ยวกับเขาเสียด้วยเพราะชื่อที่ซองยอลละเมอคือชื่อเขา .. ไม่ได้ตั้งใจอะไร ? ..

 

“ซองยอลไม่ได้อยากถอยหนีนะ” ชัดเจน คราวนี้เขาได้ยินชัดเจน .. ซองยอลพึมพำพร้อมกับส่ายหัวเหมือนเด็กน้อยกำลังปฎิเสธอะไรบางอย่าง

 

 

 

ทำไมเขาหุบยิ้มไม่ได้เลยนะ

 

“ฉันไม่ได้ว่าอะไร” เหมือนมันเป็นปฎิกริยาตอบกลับไปเอง มือหนาเอื้อมไปจับปอยผมที่ปกปิดใบหน้าหวานแล้วทัดหู เผยให้เห็นแก้มเนียนใสของคนนอน .. ซองยอลหยุดส่ายหัวไปมาแต่เปลือกตายังคงปิดสนิทเช่นเดิม

 

 

 

 

If I want you and want you and want you, will you know how I feel someday?

(ถ้าฉันต้องการเธอ ต้องการเธอและต้องการเธอ สักวันเธอจะรู้ไหมว่าฉันรู้สึกอย่างไร)

 

 

 

 

“แต่ทีหลังอย่าถอยหนีฉันอีกได้ไหม” กระซิบใกล้ๆ หู ก่อนจะกดริมฝีปากลงบนแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา

 

 

 

มันห้ามไม่อยู่ .. ถ้าคุณเป็นคิมมยองซูแล้วจะเข้าใจ เรื่องนี้เป็นความลับนะ

 

.

.

 

 

“นายจะกลับบ้านยังไง”

 

“เดินกลับ บ้านฉันอยู่ไม่ไกล” ซองยอลก้มหน้าเกือบจะชิดกระเป๋าที่อุ้มอยู่แนบอก .. วันนี้อีซองยอลอยากจะทึ้งหัวตัวเองจริงๆ หลับจนได้ ! เขาเผลอหลับจนได้ ไม่รู้ว่ามยองซูจะคิดยังไง บอกให้ช่วยสอนเลขแต่เขาดันหลับไปซะงั้น แล้วยิ่งไปกว่านั้นตอนหลับเข