lcheshirex View my profile

[ FIC ] Be sweet on.♡ 8th {♥ Myungyeol}

posted on 10 Mar 2013 23:28 by cheshirexx in INFINITE directory Fiction

 

 

Be sweet on.
 
m y u n g y e o l

 

 

 

8th


 

 

 

“ขอดูบัตรด้วยครับ”

 

 

“หา ? ต้องใช้ด้วยเหรอ ?”

 

 

“ต้องใช้สิครับ เข้าสถานที่แบบนี้ที่ไหนก็ต้องใช้ทั้งนั้นแหละครับคุณลูกค้า”

 

 

“ครั้งที่แล้วไม่เห็นต้องใช้เลย” ปากก็บ่นพึมพำ แต่ก็ยอมควักบัตรประจำตัวให้แก่พนักงานต้อนรับหน้าร้านไปเช็ค

 

 

ซองยอลยู่ปากอย่างไม่สบอารมณ์ที่ต้องมาเจอแถวตรวจบัตรก่อนเข้าผับ อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมวันนี้ถึงมาตรวจบัตรจนเขาต้องยืนต่อคิวยาวเป็นวา ครั้งก่อน ๆ ที่มากับดงอูและซองจงยังไม่เห็นต้องควักบัตรออกมาให้ดูเลย .. เกิดอยากมาคุมเข้มอะไรวันนี้

 

 

นี่ถ้าไม่ได้อยากรู้ว่าหมอนั่นจะไปไหนนะ ก็คงไม่ต้องมายืนขาแข็งยื่นบัตรให้คนแปลกหน้าดูหรอก คิมมยองซูหายต๋อมเข้าไปข้างในถึงไหนต่อไหนแล้วเนี่ย !  

 

 

“ใช่บัตรคุณจริง ๆ เหรอ?”

 

 

“ก็ต้องใช่สิ”  ถามอะไรแปลก ๆ  เขาเป็นคนยื่นบัตรให้ก็ต้องบัตรของเขาสิวะ !

 

 

“คุณชื่ออะไร?”

 

 

“อีซองยอล”

 

 

“เกิดเมื่อไหร่?”

 

 

“ยี่สิบเจ็ดสิงหา”  ไม่ได้แหกตาดูในบัตรหรือยังไง ชื่อก็มีอยู่ วันเกิดก็ตรงตามที่แจ้งเกิด

 

“ที่อยู่ละ?”  ซองยอลถอนหายใจอย่างสุดเซ็ง ตวัดสายตามองพนักงานตรวจบัตรคนนั้นจนตาแทบถลน

 

 

ยิ่งพนักงานตรวจบัตรถามมากเท่าไหร่ เวลาของเขาก็ยิ่งถูกลดลงไปเท่านั้น  ถ้าเกิดคาดกับมยองซูจนหาไม่เจอนะ สาบานเลย..อีซองยอลจะเอาแก้ววอดก้ามาตีกระบาลไอ้หมอนี่ !

 

 

 “1327 …” เขามองพนักงานคนนั้นดูที่อยู่ในบัตรตามที่เขาพูดร่ายยาวออกมาอย่างเข่นเขี้ยว

 

 

หงุดหงิด ! บัตรก็อยู่ในมือจะมาถามเอาอะไรอีกวะ  ไม่เชื่อว่าเขาคือเจ้าของบัตรจริงๆหรือยังไงกัน  หน้าอีซองยอลก็ไม่ได้เปลี่ยนจากเมื่อสี่ห้าปีก่อนจนจำไม่ได้ขนาดนั้นเสียหน่อย อาจมีหล่อขึ้นมาบ้าง แต่นั่นมันไม่ใช่ปัญหาไม่ใช่เหรอ ? ยังไงมันก็ไม่ได้ถึงขนาดไม่มีเคล้าเดิมจนต้องมาจับผิดอย่างนี้นี่หว่า

 

 

พนักงานตรวจบัตรขมวดคิ้วจนยุ่ง ยังคงมองหน้าซองยอลสลับกับรูปในบัตรประจำตัวจนเจ้าของบัตรกรอกตาไปมาอย่างรำคาญใจ

 

 

“ชื่อก็บอกถูก วันเกิดก็บอกถูก บ้านที่อยู่ก็บอกถูก .. ถามจริง หน้าฉันมันไม่เหมือนในรูปหรือไง ? ” ซองยอลชักจะหมดความอดทน ไม่ใช่มีแค่เขาคนเดียวสักหน่อยที่รอเข้าไอ้ผับนี้น่ะ !

 

 

คนข้างหลังสาปแช่งอีซองยอลจนผมจะร่วงหมดหัวแล้วมั้ง ! ที่ทำให้ต่อแถวยาวกินหน้าร้านคนอื่นเลยไปสามสี่บล็อคแบบนี้

 

 

“ก็คงต้องบอกว่าอย่างนั้นแหละครับ หน้าคุณในบัตรนี่มัน...” พนักงานคนนั้นพูดอย่างกระอักกระอ่วน ใจ เหมือนจะพูดแต่ก็ลังเลจนเครื่องหมายคำถามปรากฏอยู่บนใบหน้าซองยอล

หน้าเขามันทำไมเหรอ ?

 

 

 

ซองยอลชะโงกหน้าเข้าไปดูรูปบนบัตรประจำตัวด้วยความสงสัย หาสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้พนักงานคนนี้สงสัยว่าเข

 

 

ลืมไปได้ยังไง !

 

ถึงตอนนี้อีซองยอลจะหล่อขึ้นเป็นกองและไร้ข้อบกพร่องบนใบหน้า แต่ว่าในบัตรประจำตัวนั้น..ซองยอลลืมไปว่าสี่ห้าปีก่อนเขาไม่ได้สนใจดูแลตัวเองดีเท่าตอนนี้  ไม่ได้สนใจว่าต้องดูแลใบหน้าตัวเองยังไง .. เลยแน่นอนว่าตอนไปทำบัตรประจำตัวเขาก็คงเอาใบหน้าโล้น ๆ คิ้วโล้นๆ ไปถ่ายติดบัตรมานี่แหละ แถมตอนนั้นเพิ่งจะเอาเหล็กดัดฟันออกด้วยกระมั้ง เลยยิ้มแปลกพิกลไปหน่อย

 

 

แต่มันจะเปลี่ยนเป็นคนละคนจนจำไม่ได้ขนาดนั้นเลย ? ไม่จริงล่ะมั้ง

 

 

“เอาตรงๆนะครับ คุณไปปลูกคิ้วมาใหม่ใช่ไหม ..ความจริงมันก็เหมือนคุณนั่นแหละ แต่ผมติดใจตรงคิ้วเท่านั้น” ถอดรองเท้าฟาดปากคนตอนนี้  ต้องไปเสียค่าปรับที่สถานีตำรวจเท่าไหร่ ..

 

 

เขาต้องมายืนตอบคำถามให้ลูกค้าคนอื่นต้องรอคิวยาวเพราะเรื่องคิ้วอย่างนั้นเหรอ !?  บอกทีว่าฟังไม่ผิด

 

 

ซองยอลกัดริมฝีปากแน่นเหมือนจะสะกดอารมณ์ที่กำลังพุ่งทะยานเกือบจะขีดสุดเอาไว้ ก่อนจะกระชากบัตรประจำตัวคืนมา

 

 

“ไม่ได้ปลูกเว้ย แต่เขียนมา เข้าใจหรือยัง ! เข้าใจแล้วก็หลีก !”

 

 

บ้าเอ้ย !!  ไม่เชื่อว่าเป็นบัตรเขาเพราะเขียนบนคิ้วมาเนี่ยนะ !  กวนประสาทตั้งแต่เจ้าของยันพนักงาน  ออสโมซิสเชื้อกันมาล่ะสิ เหอะ

 

 

 

 

 

 

ซองยอลกระแทกเท้าเดินเข้ามาภายในสถานบันเทิงด้วยอารมณ์ขุ่นมัวไม่หาย พลางชำเหลืองสายตาสอดส่องหาบุคคลที่เป็นเป้าหมายให้เขาแอบตามมาถึงสถานที่แห่งนี้  ไม่ได้เหยียบเข้าผับของคิมมยองซูก็สักพักใหญ่แล้วล่ะนะ

 

 

หลังจากเห็นลู่ทางในการตามทำคะแนนใหม่ที่ดูจะเข้าทางเขามากกว่าอย่างคาเฟ่บีสวีทออน (เจ้าของเดียวกับโทนาฟ เอ้ย ! ผับบีสวีท..บอกทำไม)  ก็ไม่ได้มาพบสังคมยามราตรีนานอยู่พอควรและผับนี้ก็ยังคงเหมือนเดิม..ลูกค้าเยอะยังไง ตอนนี้ก็ยังเยอะอย่างนั้น แถมดูเหมือนจะเยอะมากขึ้นกว่าแต่ก่อนด้วย โดยเฉพาะลูกค้าผู้หญิง

 

 

 

ตามกลิ่นคิมมยองซูมาละสิ

 

 

 

ซองยอลเบ้ปากให้กับบรรยากาศแสงสีเสียงอึกทึกที่ยังไม่ค่อยจะชิน สองขาเดินเบียดคนอื่นๆเข้าด้านในอย่างยากลำบาก พร้อมทั้งพยายามยืดตัวมองหาคิมมยองซู ส่วนสูงไม่ได้ช่วยให้เขามองเห็นได้ชัดกว่าคนทั่วไปเท่าไหร่ เพราะไอ้หัวกลมๆที่กำลังสะบัดไปสะบัดตามจังหวะเพลงของลูกค้าในร้านนี่แหละ

 

 

 

“เฮ้ ซองยอล ไม่เจอนานเลย” แรงสวมกอดคอจากด้านหลังอย่างคนคุ้นเคย ทำให้ซองยอลเสียการทรงตัวเล็กน้อยก่อนจะหันไปตามคำทักทาย

 

 

 

ใครวะ ? เป็นประโยคคำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อมองคนที่กำลังกอดคอเขาราวกับสนิทสนมกันมาชาติเศษ อีซองยอลจำไม่เห็นได้ว่าเคยรู้จักกับผู้ชายคนนี้นะ

 

 

 

เพื่อนดงอูกับโฮย่าเหรอ ? =_=

 

 

“อา..ไม่ได้เจอนายนานเหมือนกันนะ” ถึงจะสงสัยไม่หาย แต่เขาก็ไม่ใช่คนไร้มารยาททำลายความรู้สึกคนอื่นด้วยการถามว่า ‘เคยรู้จักกันเหรอ’  อะไรแบบนั้น .. ก็ตาม ๆ น้ำกันไปล่ะกัน

 

 

“คิดถึงลีลานายชะมัด”  หา !?  ผู้ชายคนนั้นยิ้มกระลิ้มกระเหลี่ยยกแก้ววอดก้าขึ้นมากรอกลงปากตัวเองก่อนจะยื่นมือมาหยิกแก้มของเขาแล้วเดินหายไปในฝูงคนนับสิบ ทิ้งให้เขายืนงงกับคำพูดเมื่อครู่ .. ลีลาอะไรวะ ! พูดจาสองแง่สามง่ามแถมมาจับเนื้อต้องตัวคนอื่นง่ายๆได้ยังไงกัน

 

 

แต่เรื่องนี้มันก็ไม่ใช่ประเด็นที่ซองยอลจะต้องมายืนคิดให้เสียเวลา ตอนนี้เขาควรหาคิมมยองซูให้เจอจะดีกว่า ถ้าคาดกันนานไปกว่านี้ หมอนั่นอาจจะหิ้วสาวหรืออาจจะโดนสาวสวยอึ๋มแถวนี้หิ้วไปก็เป็นได้ (อย่างแรกน่าจะมีความเป็นไปได้สูงกว่า)

 

 

แค่คิดก็รู้สึกหงุดหงิดอย่าบอกไม่ถูก จะว่าไปจริง ๆ แล้ว คิมมยองซูจะหิ้วหรือโดนหิ้วก็ไม่ใช่เรื่องอะไรที่ซองยอลจะต้องมาหงุดหงิดนี่หน่า มันเป็นเรื่องปกติของคนอย่างหมอนั่นอยู่แล้ว .. ถึงจะคิดแบบนั้นความหงุดหงิดก็ยังไม่หายไปอยู่ดี

 

 

ยังไงก็เถอะ เอาเป็นว่าวันนี้คิมมยองซูจะไม่ได้แอ้มสาวอย่างที่เคยๆก็แล้วกัน เพราะอีซองยอลคนนี้จะขัดขวางเต็มที่แน่นอน

 

 

ก็บอกว่าแล้วว่าจะทำให้มยองซูเป็นแฟนของเขา อย่าหวังว่าผู้หญิงคนไหนจะได้เข้าใกล้หมอนั่น ถ้าอีซองยอลยังไม่ได้มยองซูไปควงเย้ยแอลโจอ่ะนะ และถือว่าเป็นการแก้แค้นเรื่องวันนี้ไปในตัวด้วยที่แกล้งหลอกให้เขาเป่าแป้งจนหน้าขาวแบบนั้นน่ะ ! ต้องล้างหน้าล้างตากันยกใหญ่กว่าจะตามออกมาทัน

 

 

 

นึกแล้วความหงุดหงิดก็พุ่งปรี๊ดเหมือนปรอทวัดความร้อนที่หย่อนในกาต้ม

 

 

ดนตรีบีทหนักๆยังคงสร้างความสนุกกับนักท่องราตรีอย่างต่อเนื่องไม่เว้นจังหวะให้ได้หายใจ ผู้คนต่างปลดปล่อยความสนุกไปตามจังหวะที่กำลังบรรเลงอย่างเร้าใจบนฟอรล์ใหญ่ บ้างก็โยกย้ายไปกับกลุ่มเพื่อนที่มาแฮงค์เอาท์หลังเลิกงาน บ้างก็เดินคลอเคลียกันอยู่สองคนตามประสาคนรัก บางโต๊ะที่เขาเดินผ่านต่างก็ชนแก้วกันอย่างสนุกสนาน คงจะมีแต่อีซองยอลที่ผิดชาวบ้านชาวช่องเขา เดินดุ่มๆไม่สนใจแม้แต่เสียงเพลงอึกทึกเร้าใจนี่..เพราะต้องตามหาคน

 

 

“ว้าว วันนี้ซองยอลมาด้วยวะ” เสียงผิวปากดังลอดเสียงเพลงจากโต๊ะที่เจ้าของชื่อที่ถูกเอ่ยถึงกำลังเดินผ่าน

 

 

 

“มาเล่นเกมส์ช็อตกันไหมซองยอล โต๊ะเรากำลังขาดคนพอดีเลยนะ”

 

 

เป็นอีกคราวที่ซองยอลต้องขมวดคิ้วอย่างงุนงงหันกลับไปมองคำเอ่ยชวนของคนแปลกหน้า โต๊ะนี้ไม่ใช่โต๊ะแรกที่ชวนเขาเล่นเกมส์นี้ กลุ่มผู้ชายหลายสิบคนที่กำลังนั่งชนแก้วกันอย่างเมามันส์พร้อมกับแก้วช็อตที่ตั้งเรียงเป็นสิบใบ หันมามองทางเขาแล้วส่งยิ้มชวนน่าขนลุกมาให้

 

 

ภาพความทรงจำในวันที่มาเจอดงอูและเพื่อนเมื่อครั้งก่อนลอยวาบเข้ามาภายในหัวสมอง แก้วช็อตหลายสิบใบกำลังกระตุ้นความทรงจำให้นึกถึงขึ้นมาอีกครั้ง..ไอ้เกมส์ช็อตที่เขาเคยสร้างวีรกรรมเอาไว้ กำลังผุดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

 

 

จำได้เลือนรางว่าคราวนั้นเขาไปขุดเอาความกล้าจากไหนไม่รู้ ลุกขึ้นเต้นเซ็กซี่ตามคำสั่งของดงอู อาจจะเพราะอยากทำให้แอลโจเห็นว่าเขาเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ก็ต้องการล่อให้แอล(ไอ้เด็กคิมมยองซู)ปรากฏตัวออกมาอะไรเทือกๆนั้นละ เล่นเอาคนทั้งผับมารุมดูและส่งเสียงเชียร์อย่างสนุกสนาน

 

 

 

เอ๊ะ ? หรือว่าเพราะวีรกรรมคราวนั้นวะ ทำให้มีคนแปลกหน้าหลายต่อหลายคนทักทายเขาตั้งแต่ย่างก้าวเข้ามาในผับแห่งนี้…อีซองยอลหลายเป็นคนดังเพราะเกมส์ช็อตเหรอเนี้ย !

 

 

 

“ไม่ดีกว่าน่ะ ฉันไม่ว่าง” ซองยอลปฎิเสธคำชวนเป็นโต๊ะที่สาม เตรียมจะก้าวเดินหนี .. ผู้ชายหลายสิบคนกับรอยยิ้มน่าขนลุก สัญญาณเตือนอันตรายกำลังกู่ร้องในหัวของเขา ยิ่งวันนี้เขาฉายเดียวไร้เพื่อนอย่างดงอู โฮย่าและน้องชายสุดแสบอย่างซองจง ก็ต้องหลีกห่างคนน่ากลัวอย่างผู้ชายกลุ่มนั้นให้มากที่สุด

 

 

 

รีบตามหาคิมมยองซูให้เจอจะดีกว่า

 

 

 

“หาแอลอยู่ใช่ไหมล่ะ” ซองยอลหันขวับไปมองทางเดิมอีกรอบ หนึ่งในกลุ่มนั้นพูดขึ้นพร้อมกับยกยิ้มอย่างมีเลศนัย .. เขาไม่แปลกใจที่ผู้ชายคนนั้นจะรู้จักแอลหรือคิมมยองซู เพราะหมอนั่นเป็นเจ้าของผับก็คงต้องเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว แต่เขาสงสัยว่า ...

 

 

 

รู้ได้ยังไงว่าเขากำลังตามหาคิมมยองซู

 

 

“ไม่ต้องสงสัยหรอกว่าฉันรู้ได้ยังไง ใครๆเขาก็รู้ว่านายน่ะเด็กแอล” เขาเนี่ยนะ ? เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าคิมมยองซูน่ะ...เด็กกว่าอีซองยอลคนนี้ซะอีก !

 

 

ซองยอลขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่ไว้ใจ…มีคนมาทักมากหน้าหลายตา แถมยังรู้ว่าเขาตามหาคิมมยองซูอีก มันน่าไว้ใจได้ที่ไหน

 

 

 “ฉันรู้ว่าแอลอยู่ไหน จะบอกให้เอาไหม แลกกับนายต้องดื่มวอดก้าขวดนี้ ... หมดขวด” อยู่ๆ ผู้ชายคนนั้นก็ยื่นข้อเสนอมาให้ ซองยอลมองขวด Absolut vodka ขนาดเล็กสีขาวขุ่นเลื่อนมาข้างหน้าราวกับกำลังรอคำตอบรับของเขา

 

 

ข้อเสนอมันน่าสนใจไม่น้อยแลกกับเขาไม่ต้องเดินเบียดคนมากมายเพื่อตามหาคิมมยองซูอย่างไร้จุดหมายในสถานที่ที่มีผู้คนมากหน้าหลายตากำลังสนุกสุดเหวี่ยงไปกับเสียงเพลง มีตัวช่วยบอกทางเขามันก็ดูเป็นทางเลือกที่ดีไม่ใช่น้อย แต่ถึงมันจะน่าสนใจ ก็ใช่ว่าเขาจะทำตามข้อเสนอนั้นได้ .. เขาไม่ใช่คนดื่มเก่งถึงขนาดกรอกวอดก้าเพรียวๆเป็นขวดๆลงคอได้โดยปราศจากอาการเมา ชั่งใจระหว่างข้อเสนอกับขวดวอดก้าในใจเงียบอยู่สักพักนึงก่อนจะตัดสินใจจับขวดสีขาวขุ่นนั้นมาไว้ในมือ เรียกเสียงโห่ร้องได้จากคนทั่วทั้งโต๊ะเหมือนครั้งที่เขาถูกสั่งให้ลุกขึ้นไปเต้นในวันนั้นไม่มีผิด

 

“ฉันดื่มแน่ .. แต่นายต้องบอกมาก่อนว่าแอลอยู่ไหน”

 

 

“ดื่มตามกติกาก่อนสิ แล้วจะบอก” ซองยอลส่งเสียงขัดเคืองอยู่ในลำคอ..ต้องดื่มจริงๆใช่ไหม

 

 

มือเรียวสวยกำขวดวอดก้าไว้แน่นก่อนจะค่อยๆยกขึ้นมาจรดริมฝีปากอิ่ม ดวงตาหวานสวยเหลือบมองผู้ชายกลุ่มนั้นอีกครั้ง อีซองยอลกำลังถูกจับจ้องเป็นจุดสนใจเดียวของคนทั้งโต๊ะรวมถึงโต๊ะข้างๆด้วย มาผับนี้ได้เรื่องได้วีรกรรมทุกทีสิหน่า !

 

 

ฮึดฮัดอยู่ในใจเล็กน้อยก่อนจะหลับตาแน่นเตรียมรับรสของวอดก้า แต่ทว่า ...

 

 

มือที่เคยจับขวดวอดก้าไว้แน่นนั้นถูกฉกฉวยไปจากใครบางคนพร้อมกับเสียงร้องอย่างตกใจเบาๆจากกลุ่มคนบนโต๊ะนั้น จนซองยอลต้องลืมตาขึ้นมามองว่าใครเป็นคนเข้ามาช่วยให้เขารอดพ้นการกรอกวอดก้าเพรียวๆลงคอ

 

 

แกร๊ง ! เสียงขวดวอดก้ากระทบโต๊ะเนื้อแก้วใสดังลอดผ่านเสียงเพลง ถึงจะดังไม่เท่าแต่ก็ดังพอจะได้ยินชัดเจนทั่วบริเวณนั้น

 

 

“จะมอมเหล้าใคร..ก็หาข้อเสนอที่มันดีกว่านี้หน่อย อย่าเอาชื่อฉันไปเกี่ยวข้องจะดีกว่า” ซองยอลเบิกตากว้างอย่างเมื่อรู้ว่าคนข้าง ๆ คือใคร...บทจะโผล่มาให้เจอก็ซะเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน

 

 

ถึงแสงจะสลัวตาจนแทบมองไม่เห็นใบหน้าได้ชัดเจน แต่เขามั่นใจว่าจมูกเขาไม่มีทางรับกลิ่นผิดเพี้ยน กลิ่นหอมสบายๆแต่แอบซ่อนความเซ็กซี่ไว้ CALVIN KLEIN Euphoria กลิ่นที่ดึงดูดให้หลงใหล กว่าจะเรียกสติให้กลับมาได้ก็ถูกมือของคนคนนั้นฉุดให้เดินตามไป

 

 

“คะ..คิมมยองซู”

 

 

“ทีหลังอย่ารับแก้วเหล้าของคนอื่นมั่วซั่วแบบนี้อีก..หัดระมัดระวังตัวเองหน่อยซองยอล” เจ้าของอุ้งมือนั้นกระชับมือเขาให้แน่นขึ้น อุ่นไอร้อนแผ่ซ่านทั่วฝ่ามือ ทั้งน้ำเสียงและคำพูดทำให้ข้างในรู้สึกหวิวไปหมด

 

 

ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก เมื่อมือนี้กอบกุมเขาเอาไว้อย่างแนบแน่นราวกลับจะไม่ยอมปล่อยให้หลุดหายไป

 

 

“ฉันไม่ได้มองหานายได้ตลอดเวลา..เข้าใจหรือเปล่า” แต่ไม่นานมือนั้นก็ต้องปล่อยเมื่อมาถึงที่ที่หนึ่งพร้อมกับคำพูดที่ทำเอาใจกระตุก  หมายความว่ายังไง ?

 

 

ซองยอลมองตามแผ่นหลังกว้างเดินไปยังโซฟาสีแดงขนาดยาวที่รายล้อมไปด้วยผู้หญิงสวยมากหน้าหลายตาอย่างไม่เข้าใจ มยองซูแทรกตัวไปนั่งตรงกลางพร้อมเอาแขนทั้งสองข้างพาดไปข้างหลังพนักโซฟาด้วยท่าทางสบายๆ ดวงตาคมสวยมองและยกยิ้มมาทางเขาด้วยท่าทางกวนประสาทต่างจากการกระทำเมื่อกี้..จะเอายังไงกันแน่

 

 

ตรงโซฟานั้นไม่ได้มีแค่มยองซูกับผู้หญิงพวกนั้น ยังมีบุคคลอื่นที่คาดว่าน่าจะเป็นเพื่อนของหมอนั่นกำลังนั่งชนแก้วกันอย่างรื่นเริง บ้างก็หลบมุมทำกิจกรรมบางอย่างกับคู่ขาของตัวเอง แม้อยู่ในกลุ่มเพื่อนฝูง คิมมยองซูก็ยังเป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจจากพวกผู้หญิงมากที่สุด

 

 

อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด คิมมยองซูมาที่นี่ยังไงก็ไม้พ้นต้องคั่วผู้หญิงสักคนสองคน..แต่ว่าวันนี้มีอีซองยอลอยู่ที่นี่ อย่าหวังว่าจะได้สนุกกับผู้หญิงพวกนั้นเลย เหอะ

 

 

“หลบ” แทรกตัวข้ามพวกผู้หญิงพวกนั้นแล้วมาหย่อนตัวลงข้างๆคิมมยองซู

 

 

ซองยอลรู้ถึงถ้อยคำจิกด่าในสายตาของผู้หญิงเหล่านั้นแต่หารู้ร้อนรู้หนาวไม่ เขานั่งทำตาใสแจ๋วราวกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉีกยิ้มกลับไปให้รอบโต๊ะรวมถึงคนข้างๆด้วย

 

 

“ไม่นั่งตักฉันเลยล่ะ”

 

 

“ก็กะว่าอย่างนั้นอยู่” เสียงร้องเหอะดังขึ้นมาเบาๆพร้อมกับเรียวปากแสยะยิ้มจากคิมมยองซู แก้ววอดก้าถูกยกขึ้นมาจรดริมฝีปากก่อนจะถูกกระดกดื่มรวดเดียวจนหมดอึก

 

 

ดื่มอย่างกับน้ำเปล่า เมื่อกี้หมอนนี่เพิ่งกรอกวอดก้าเพรียวๆลงคอหมดไปขวดนึง ไม่กลัวเมาบ้างหรือไงกัน ซองยอลขมวดคิ้วเล็กน้อยมองข้างๆดื่มเอาดื่มเอา ไม่พูดไม่จา

 

 

มือข้างนึงถือแก้วแต่อีกข้างโอบเอวผู้หญิงอีกฝั่งไว้..คิ้วบางยิ่งขมวดกันยุ่งกว่าเดิม ถ้าดึงแขนนั้นออกจากเอวผู้หญิงคนนั้น อีซองยอลจะโดนคิมมยองซูต่อยป่ะ

 

 

“ไม่แนะนำให้รู้จักหน่อยเหรอแอล” หนึ่งในเพื่อนของมยองซูทักขึ้น เมื่อหันมาเห็นสมาชิกใหม่ภายในโต๊ะ

 

 

“ถามเอาเองสิ” มยองซูตอบออกไปอย่างไม่ใส่ใจ เรียกเสียงฮึดฮัดจากคนข้างๆได้พอตัว..ขนาดเพื่อนถามถึงเขา ยังไม่สนใจกันเลย ! มัวแต่รับแก้วจากผู้หญิงพวกนั้นอยู่ได้

 

 

ผู้หญิงข้างๆคนนั้นก็เหมือนกัน สิงร่างคิมมยองซูได้คงจะสิงไปแล้วล่ะมั้ง ! หงุดหงิด

 

 

“ซองยอล อีซองยอล” ตอบเองก็ได้วะ

 

 

“ว้าว ชื่อน่ารักเหมือนหน้านายไม่มีผิด ฉันชางโจ .. ยินดีที่ได้รู้จัก” เอาเข้าไป ! โลกนี้จะมีชื่อใครไปคล้ายชื่อของแอลโจอีกไหม..อีซองยอลอยากถาม แอลโจ แอล ชางโจ เขาจะหลุดพ้นจากสองพยางค์นั้นได้เมื่อไหร่กัน

 

 

เขาเกือบจะยื่นมือออกไปตามมารยาทการทักทายที่คนทั่วไปควรจะเป็น แต่กลับต้องชะงักไว้เพราะฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ยื่นมือมาทักทายอย่างที่คิด ซองยอลมองแก้วใบใสบรรจุวอดก้าจนเกือบเต็มตรงหน้าก่อนจะเหลือบมองคนที่หยิบยื่นวอดก้าแก้วนี้มาให้

 

 

“ถ้าไม่รับแก้วนี้ไป ถือว่าซองยอลไม่อยากรู้จักฉันนะ” ใครอยากรู้จักหมอนี่กันวะ...ดูพูดจา เป็นเด็กอายุน้อยกว่าเขาแท้ๆ ไม่รู้จักกาลเทศะซะเลยว่าต้องเรียกนำหน้าเขาว่าพี่น่ะ

 

 

เป็นเหมือนกันทั้งฝูง

 

 

“นายควรมีคำนำหน้าฉันว่าพี่นะ”

 

 

“ซองยอลเป็นพี่เหรอ? น่ารักเหมือนเด็กประถมอย่างนี้จะให้ฉันเรียกซองยอลว่าพี่ ฉันเรียกไม่ลงจริงๆ คิดเหมือนกันไหมแอล” ชางโจกลั้วหัวเราะพลางหันไปถามความเห็นจากเพื่อนตัวเอง ก่อนเอื้อมมือมาหวังจะหยิกแก้มของซองยอลเพื่อหยอกล้อแต่อีกคนกลับเอนตัวหลบเสียก่อน

 

 

มยองซูมองอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับการกระทำของชางโจเลยสักนิด เอาแต่สนใจกับผู้หญิงเอวบางที่อยู่ข้างๆตัวเอง นั่นยิ่งทำให้ซองยอลรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก

 

 

ความหงุดหงิดทำให้เขาเอื้อมไปดึงแก้ววอดก้าจากชางโจมาแล้วกระดกลงคอรวดเดียวจนหมดแก้ว กลิ่นราสเบอรี่และรสขมนิดๆของ Absolut Raspberri กระจายไปทั่วทั้งปาก ซองยอลคิดว่าต่อมรับรสของเขาคงจะเพี้ยนเป็นราสเบอรี่ไปหมดนับตั้งแต่ดื่มวอดก้าแก้วนี้เข้าไป...คิมมยองซูยกดื่มเอาดื่มเอาได้ยังไงกัน ไม่อร่อยสักนิด

 

 

“ถือว่าเรารู้จักกันแล้วนะชางโจ..แล้วก็กรุณาเรียกฉันว่าพี่” ใบหน้าหวานเริ่มขึ้นสีระเรื่อหลังจากส่งแก้ววอดก้านั้นกลับคืนเจ้าของ วอดก้าเพรียวๆหนึ่งช็อตกับคนคออ่อนอย่างอีซองยอล ไม่ควรมาเจอกันเลยให้ตายสิ !

 

 

“งั้นต่อไปเรามาเล่นเกมส์กันกระชับมิตรภาพกันหน่อยดีไหมครับ ‘พี่’ ซองยอล” จงใจเน้นคำว่าพี่ ชางโจกดยิ้มมุมปากพร้อมกับเรียกพนักงานแถวนั้นมาสั่งอะไรสักอย่าง

 

 

รออยู่สักพักพนักงานคนเดิมก็เดินเข้ามาพร้อมกับบล็อกไม้คอนโดขนาดกลางของเล่นเด็กเล็กที่ใครต่อใครต่างก็คงต้องเคยลองเล่นกันมาบ้าง

 

ชางโจจัดแจงวางบล็อกไม้คอนโดให้อยู่กลางโต๊ะก่อนจะพูดขึ้นว่า

 

 

“บอกไว้ก่อนว่าเกมส์นี้ต้องเล่นทุกคนรวมทั้งนายด้วยนะแอล” มยองซูแค่เหล่มองแต่ไม่ตอบกลับอะไร ชางโจเลยทึกทักเองว่านั่นคือการตอบตกลง

 

 

“พี่ก็ต้องเล่นห้ามเบี้ยวนะครับ”

 

 

“ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรสักหน่อย” อาการกรึ่มๆเพราะวอดก้าแก้วเดียวทำให้ซองยอลยกยิ้มกลับไปให้ชางโจที่มองด้วยสายตากรุ่มกริ่มอย่างยั่วยวน...เวลาเมาอีซองยอลจะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยล่ะ

 

 

พรึ่บ 

 

 

“หื้ม” ซองยอลละตายตาจากชางโจแล้วเหลือบมองไหล่ตัวเองที่บัดนี้มีท่อนแขนของใครบางคนพาดโอบลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว จากสงสัยกลายเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มมุมปากน้อยๆ

 

อา...สนใจเขาขึ้นมาบ้างแล้วหรือไงนะ

 

 

“หึงหรือไง” หันไปกระซิบใกล้ๆหูเจ้าของท่อนแขนแกร่งที่กำลังโอบเขาอยู่

 

 

“ถ้าตอบว่าใช่ล่ะ”

 

 

“ฉันก็คงจะได้หัวใจนายเร็วๆนี้” เพียงแค่คำพูดนั้นทำเอามยองซูกลั้วหัวเราะเบาๆอย่างนึกขัน

 

 

 

เริ่มมาทีละนิดแล้วสินะ..อีซองยอลโหมดนี้

 

 

 

Be sweet on

 

 

“หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า..ห้าคนน้อยไปหน่อย ฉันว่าจะโทรชวนเพื่อนแถวๆนี้แจมด้วย โอเคไหม” ชางโจนับเพื่อนบนโต๊ะ ไม่รวมพวกผู้หญิงมากหน้าหลายตาทั้งหมดก็ประมาณห้าคนรวมทั้งเขาด้วย

 

 

ไม่ใครออกความเห็นชางโจเลยล้วงโทรศัพท์ออกมากดโทรหาเพื่อนที่ว่าสักพักก่อนจะวางสายไปแล้วพูดว่า “รอแป๊ปนึง หมอนั่นอยู่แถวนี้พอดี กำลังเดินมา...นายก็น่าจะรู้จักดีนะแอล”

 

 

“ใครวะ” ชางโจไม่ตอบแต่ไหวไหล่เล็กน้อยแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัยส่งมาให้ก่อนจะหันไปพุดคุยกับเพื่อนอีกคน

 

 

มยองซูเหลือบมองนิ่งๆก่อนจะรับแก้วจากผู้หญิงข้างๆมาดื่มอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ทันความเร็วของคนข้างๆอีกฝั่ง ซองยอลคว้าแก้วนั้นมาไว้ในมือก่อนจะลุกขึ้นไปนั่งแทรกอีกฝั่งระหว่างผู้หญิงคนกับคิมมยองซู

 

 

“นี่ !” ผู้หญิงคนนั้นโวยวายขึ้นมา ชักสีหน้าจ้องอีซองยอลราวกับจะกระโจนเข้ามาแหวกอกให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ได้แค่ชักสีหน้าเพราะยังเกรงใจมยองซูที่มองอย่างนิ่งๆอยู่บ้าง เธอจึงยอมลุกขึ้นหวังจะเดินไปนั่งข้างมยองซูอีกฝั่งที่ที่ซองยอลลุกมา แต่ว่า..

 

 

ซ่า 

 

 

แก้ววอดก้าในมือซองยอลถูกเทลงบนโซฟากำมะหยี่สีแดงหม่นที่ข้างๆคิมมยองซูจนเปียกเป็นวงกว้าง มยองซูมองการกระทำเหล่านั้นของซองยอลอย่างขบขัน รอยยิ้มปรากฏตรงมุมปากอย่างชอบใจ ไม่เว้นแม้แต่ชางโจที่นั่งไขว่ห้างมองมาอย่างยิ้มๆ

 

 

สงสัยคืนนี้เขาคงชวดของหวานอย่างผู้หญิงคนนั้นแล้วละมั้ง แสบนักอีซองยอล

 

 

“หว้า เปียกซะแล้วสิ” ซองยอลยักคิ้วอย่างกวนประสาทส่งไปให้เหมือนเป็นการบอกว่าให้เจ้าหล่อนไปหาที่นั่งที่อื่นซะ ผู้หญิงคนนั้นจิกสายตาแทบจะกินเลือดกินเนื้อเขาก่อนจะกระแทกส้นคัชชูสีแดงสดของตัวเองไปนั่งที่อื่นอย่างช่วยไม่ได้

 

 

 หมดปัญหาจะได้ไม่ต้องมีใครได้นั่งข้างไอ้เด็กมยองซูอีก คิกคิก

 

 

“หึงหรือไง” โดนก็อปปี้คำถามอย่างนี้ อีซองยอลก็ก็อปปี้คำตอบตอบกลับไปได้เหมือนกัน

 

 

“แล้วถ้าตอบว่าใช่ล่ะ” มยองซูหัวเราะน้อยๆ “ฉันคงได้หัวใจนายมาเต็มๆเลยสินะ”

 

 

“หลงตัวเองชะมัด”

 

 

“แล้วมันใช่หรือเปล่าล่ะ..ไม่งั้นนายคงไม่ตามมาคุมฉันอย่างนี้หรอกมั้ง” ซองยอลเบ้ปากกับอาการหลงตัวเองขั้นสุดของคิมมยองซู

 

 

พูดเหมือนอย่างกับเขาเป็นอะไรกับหมอนี่งั้นแหละที่ต้องตามมาคุม อีซองยอลก็แค่ตามมา ‘ป่วน’ พูดอย่างนี้ยังจะเข้าท่ากว่า แต่จะให้บอกไปตรงๆคะแนนอีซองยอลก็อาจจะลดได้นะสิ

 

 

อีซองยอลยังไม่ลืมเรื่องทำคะแนนชนะใจมยองซูนะ

 

 

“ใช่ก็ใช่..ฉันให้หัวใจนายไปหมดแล้ว เมื่อไหร่นายจะให้ฉันบ้างล่ะ” ดวงตาหวานเยิ้มเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์กำลังช้อนมองอย่างออดอ้อนไปในครา...เริ่มมาแล้วสินะ

 

มยองซูยอมรับว่าตอนนี้อีซองยอลดูน่ามองไม่น้อย แก้มอวบอูมแดงระเรื่ออ่อนๆ เรียวปากแดงฉ่ำจนอยากจะลองกดจูบลงไปอีกสักครั้ง..ไม่ให้จับจ้องก็คงทำไม่ได้ ร่างกายบอบบางกำลังขยับเบียดเข้ามาแนบชิดเหมือนตั้งใจจะยั่วให้มยองซูอดใจไม่ไหว

 

 

กลิ่นหอมอ่อนๆของราสเบอรรี่จาก Absolut Raspberri กำลังลอยคละคลุ้งไม่ใกล้ไม่ไกลจากลมหายใจที่ผ่อนออกมาของซองยอล ชวนให้หลงใหล แม้กระทั่งคนที่มีภูมิต้านทานสูงอย่างคิมมยองซูยังต้องเผลอไผล..อีซองยอลอัพเลเวลขึ้นมาถึงขั้นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

 

 

 

แล้วที่ทำแบบนี้ตั้งใจจะยั่วให้จูบหรือเปล่านะ

 

 

ใบหน้าคมคลายเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้จนแทบจะชิดติดปลายจมูกประสานสายตาหวานเยิ้ม ดูท่าทีของอีกฝ่าย เมื่อเห็นว่าซองยอลไม่ปฏิเสธหรือขัดขืนก็ยิ่งมั่นใจในคำถามที่ตั้งขึ้นในใจเมื่อครู่.....แล้วคิมมยองซูจะรอช้าอยู่ทำไม

 

 

ทำคิมมยองซูอดของหวานก็ต้องชดเชยน่ะถูกแล้ว  

 

วงแขนเอื้อมไปโอบรอบเอวให้อีกคนแนบชิด ปรับเอียงองศาใบหน้าพร้อมจะกดจูบลงไป แต่ว่า..

 

 

“คำตอบ” แก้วเปล่าใสถูกยกมาขวางกลั้นระหว่างริมฝีปากไว้ เสียงแผ่วเบาเอ่ยทวงคำตอบจากคนที่หวังจะช่วงชิงลมหายใจกัน...ซองยอลไม่เคยง่าย

 

 

“ลดแก้วลงก่อนแล้วจะตอบ” ลดแก้วลงเขาก็โดนจูบนะสิ ซองยอลเบ้ปากไม่มีท่าทีว่าจะลดหรือไม่ลด ยังคงยกแก้วขวางไว้อย่างนั้น แต่มยองซูถือว่าซองยอลยอม เขาจึงจับข้อมือบางให้ลดแก้วลงโน้มตัวเข้าไปใกล้อีกครั้ง

 

 

“ง่ายไปมั้งคิมมยองซู..ไม่ตอบก็อด” ซองยอลผลักอีกคนออกห่างแล้วกดยิ้มเล็กน้อยเหมือนผู้ชนะที่มายั่วให้เขาอยากได้แล้วจากไป

 

 

ได้ยากๆอย่างนี้ ... ยิ่งอยากได้ อย่าให้เผลอแล้วกันจะทำให้ลืมไปเลยว่าต้องหายใจยังไง

 

 

“ระวังตัวไว้เถอะอีซองยอล”

 

“กลัวสุดๆไปเลย” มยองซูหัวเราะในลำคออย่างขบขัน เมื่อคนข้างๆเอนซบลงมาบนบ่าพร้อมกับคำพูดที่ตรงกันข้าม...อีซองยอลชักเก่งขึ้นทุกวันแล้วแฮะ

 

 

กดเพิ่มแต้มให้สักสองแต้มแล้วกัน

 

 

“ห้ามจีบกันในนี้นะครับ” ชางโจลอบมองอยู่นานเปรยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก “พร้อมเล่นเกมส์กันหรือยัง”

 

 

“เพื่อนนายมาแล้ว ? ” ซองยอลขยับตัวออกเล็กน้อยด้วยใบหน้าปกติ ไม่ได้เขินอายกับคำแซวจากชางโจ แต่ว่าถึงจะขยับออกมาหน่อยนึงแล้วท่อนแขนของไอ้เด็กข้างๆก็ยังตามมาพันรอบเอวเขาไว้หลวมๆ เหมือนไม่ต้องการให้เขาขยับออกไปไกล พร้อมกับลูบเล่นอย่างเบามือ

 

 

ซองยอลยอมให้แตะต้องได้อย่างมีขีดจำกัด แต่นี่ก็ดูจะมากไปหน่อยมั้ง...เปลืองตัวได้ตลอดเวลาที่อยู่กับคิมมยองซูสิหน่า ! เตรียมจะดึงมือนั้นออกจากเอว แต่ชางโจกลับพูดชื่อใครบางคนสวนขึ้นมาเสียก่อน

 

 

“มาได้สักพักแล้วครับ..แอลโจทักทายดิ” ซองยอลชักมือกลับพร้อมกับหันไปมอง

 

 

 

เพื่อนคนนั้นของชางโจคือแอลโจ...อดีตคนรักของเขางั้นเหรอ?

 

 

 

พระเจ้าเล่นตลกอะไรกับอีซองยอลอีก 

 

 

 

 

Be sweet on

 

 

“ไม่จำเป็นต้องทักทายก็ได้มั้ง...เรารู้จักกันดีอยู่แล้วนี่เนอะซองยอลอา” บุคคลเพิ่งเข้ามาใหม่(ตอนไหนก็ไม่รู้) จงใจเน้นคำว่าเราให้ก้องในหูของซองยอล

 

 

เขากับแอลโจยังใช้คำๆนั้นด้วยกันได้อีกเหรอ?

 

 

ซองยอลจ้องมองอีกคนผ่านแสงสลัว ภาพตรงหน้าไม่ควรจะชัดแจ่มแจ้งอย่างนี้..แอลโจนั่งอยู่ตรงหน้าเขาจริงๆ ไม่ได้ตาฝาดไป การเผชิญหน้ากันตรงตรงอีกครั้งหลังจากวันนั้น...พร้อมกับใครอีกคนที่ถูกพาเข้ามาเกี่ยวในความสัมพันธ์ครั้งนี้ โดยที่ไม่รู้ว่าตัวเขาเองก็ถูกนำไปเกี่ยวข้องกับเรื่องอีกเรื่องนึงด้วยเหมือนกัน

 

 

“รู้จักกันก็ดีแล้ว จะได้เล่นกันอย่างสบายๆ” ชางโจเริ่มอธิบายว่าจะต้องเสี่ยงว่าใครจะได้ลำดับไหนในการดึงบล็อคไม้ออกโดยไม่ให้ล้ม กติกาของเกมส์นี้หากใครทำล้มต้องดื่มหนึ่งช็อตพร้อมกับทำตามคำสั่งของคนที่ได้ดึงบล็อกไม้ก่อนหน้าคนคนนั้น

 

 

ไม่มีใครเอ่ยขัดอะไรออกมาทั้งซองยอล มยองซู แอลโจ และเพื่อนอีกสองคน ชางโจจึงเริ่มให้เสี่ยงว่าใครจะได้ลำดับเท่าไหร่

 

 

ผลที่ออกคือคนแรกจะเป็นชางโจ ซองยอล แอล แอลโจ และ เพื่อนอีกสองคนตามลำดับ...ซองยอลเอาแต่นั่งนิ่งเหมือนกำลังจมอยู่กับความคิดอยู่ข้างๆมยองซู โดยมีสายตาของแอลโจจับจ้องอย่างเปิดเผยอยู่ตลอดเวลา

 

ลำดับการเล่นเรียงไปตามที่ได้ถูกจัดสรร เกมส์เริ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่มีใครหลุดพลาดทำเสียเลยสักครั้ง เสียงร้องช่วยลุ้นจากพวกผู้หญิงที่อยู่เต็มโต๊ะก่อนหน้ารวมทั้งโต๊ะข้างๆต่างดังแข่งกับเสียงดนตรี สร้างความสนุกสนานเพิ่มสีสันให้แก่เกมส์นี้มากขึ้น บล็อกไม้ถูกดึงออกไปทีละอันสองอันวนไปตามลำดับ ยิ่งดึงออกมากเท่าไหร่ ความหวาดเสียวว่าจะโค่นล้มลงมาก็ยิ่งมากเท่านั้น

 

 

ตาแรกเป็นเพื่อนของชางโจและมยองซูที่ทำเสีย แอลโจจึงสั่งให้คลานรอบโต๊ะสองรอบแล้วกลับมาดื่มวอดก้าหนึ่งช็อต

 

 

เกมส์ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆไม่มีสิ้นสุดจนถึงตอนนี้มยองซูกับแอลโจยังไม่เคยพลาดเลยสักครั้ง แถมยังชอบแกล้งดึงบล็อคไม้ออกในตำแหน่งที่เสี่ยงต่อการโค่นให้คนถัดไปหวาดเสียวเล่น ต่างจากซองยอลที่กำลังจะโดนให้ดื่มเป็นช็อตที่สาม ไม่ต้องถามถึงสติที่ค่อยๆเลือนหายไปแทนที่ด้วยอาการมึนศีรษะและพอืดพอมแต่ยังพอประคองตัวเองไว้ได้

 

 

“รอบนี้จะให้พี่ซองยอลทำอะไรดีน้า” ชางโจเป็นคนได้สิทธิ์ออกคำสั่งซองยอล กลั้วหัวเราะอย่างสนุกสนาน

 

 

“จะอะไรก็สั่งมาเถอะหน่า” ซองยอลแทบจะซบลงบนบ่าของมยองซูที่นั่งข้างกัน แต่สายตาจากคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามทำให้เขาไม่กล้าจะทิ้งหัวอันหนักอึ้งลงบนบ่ากว้างๆของมยองซู

 

 

อันที่จริงซองยอลไม่เห็นจะต้องแคร์สายตาใครเลยด้วยซ้ำ เพราะยังไงเขากับคนนั้นก็ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วสักหน่อย เขาคงจะแค่เกร็งนิดหน่อยที่ไม่ได้เห็นหน้ากันซะนานแถมยังต้องมานั่งใกล้ๆ...ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ  ฉะนั้นเขาจะทำอะไรก็เรื่องของเขาสินะ

 

 

ดีเสียอีก หมอนั่นจะได้เห็นว่าอีซองยอลไม่ได้มีคนที่ชื่อแอลโจอยู่ในหัวสมองอีกต่อไป…แต่มันติดตรงที่คิมมยองซูจะยอมเล่นด้วยหรือเปล่านี่สิ

 

 

“ไหวหรือเปล่า” ทันทีที่ซองยอลซบศีรษะลงบนบ่าของคนข้างๆ เสียงทุ่มนุ่มก็กระซิบแผ่วเบาถามด้วยความเป็นห่วงอย่างที่อีซองยอลก็นึกไม่ถึง

 

 

แปลก...แปลกที่คิมมยองซูไม่ได้ผลักเขาออกอย่างที่คิด 

 

 

“มึนนิดหน่อย” ตอบตามความจริงพลางช้อนสายตาหวานเยิ้มเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ขึ้นมองแล้วขยับศีรษะให้ยิ่งใกล้ชิดอีกคนก่อนจะพลันเหลือบสายตาไปมองฝั่งตรงข้าม

 

 

แอลโจกำลังมองมาอย่างไม่วางตา สายตานั้นแข็งกร้าวราวกับกำลังขุ่นเคืองบางสิ่ง

 

 

หวง? หึง? หรือยังไง...แล้วบางสิ่งนั้นคืออะไรล่ะ?

 

 

เหอะ ซองยอลยกมุมปากเล็กน้อยแล้วยิ่งขยับตัวให้แนบชิดไหล่มยองซูรอคำสั่งจากชางโจ

 

 

“ฉันขอสั่งให้พี่ซองยอล..อืม..นั่งตักมยองซูตลอดหนึ่งเกมส์แล้วดื่มหนึ่งช็อต” ซองยอลเด้งตัวขึ้นมาเมื่อสิ้นสุดคำสั่ง..ไม่คิดว่าจะได้จังหวะพอดีอย่างนี้  

 

 

ต่อจากนี้มองให้มากๆนะแอลโจ เพราะสิ่งที่นายหวงคือฉัน

 

 

คนทั้งโต๊ะส่งเสียงโห่ร้องแซวรอให้ซองยอลทำตามคำสั่ง จะได้เห็นคนสองคนนั่งเบียดดูเป็นเรื่องน่าสนุกของคนเชียร์ เว้นเสียแต่ ...

 

 

“มึงสั่งบ้าอะไรวะชางโจ” เว้นแต่แอลโจที่ดูจะไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

 

 

“พี่ซองยอลยังไม่พูดอะไรสักคำ มึงเป็นอะไรมาเดือดร้อนแทนวะ ... แล้วมึงอ่ะ เดือดร้อนปะแอล?” ชางโจหันไปถามอีกคนที่มีชื่ออยู่ในคำสั่ง

 

 

“กูชอบ” สั้นๆแต่ได้ใจความ คนตอบกดยิ้มมุมปากเล็กน้อย สบสายตาแข็งกร้าวจากฝั่งตรงข้ามที่มีเพียงสองคนเท่านั้นที่เข้าใจและรับรู้

 

 

 

เกมส์ของเรามันเริ่มแล้วแอลโจ

 

 

 

“เออ เห็นไหม” ชางโจเลิกคิ้วมองอย่างงุนงงกับอาการของเพื่อนก่อนจะหันไปหยิบแก้ววอดก้ายื่นไปให้คนถูกสั่ง “อะ..ดื่มด้วยครับ”

 

 

 

ซองยอลรับแก้วมาไว้ในมือเตรียมจะทำตามคำสั่งของชางโจ

 

 

“ไม่ทำได้ไหมซองยอล” น้ำเสียงขอร้องจากแอลโจดูจริงอย่างน่าประหลาด ซองยอลเหลือบไปมองคนพูดเพียงเล็กน้อยก่อนจะต้องชะงักเพราะสายตาที่ดูไม่ได้เอ่ยขอเล่นๆในคำพูด

 

 

เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ในเลือดทำให้สติในการคิดลดลง ซองยอลพยายามประมวลหาเหตุผลมาให้เข้าใจว่าทำไมแอลโจถึงต้องไม่อยากให้เขาทำ สายตานั้นมันทำให้เขาเกิดความสับสน ท่าทางที่แสดงออกมามันทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่าแท้จริงแล้วแอลโจยังคิดอะไรกับเขาไหม ยังหวงยังห่วงกันเพราะอะไร

 

 

แต่ไม่ว่าทางไหนก็ไม่มีเหตุผลดีๆสักข้อมาตอบซองยอลได้

 

 

ความสับสนฉายในแววตาอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพลันกลายเป็นความเรียบเฉย

 

 

“ฉันคงทำตามนายขอไม่ได้..แอลโจ”

 

ซองยอลลุกขึ้นด้วยความมั่นใจก่อนที่ทิ้งตัวลงเบาๆบนตักอุ่นของคิมมยองซูต่อหน้าแอลโจ เอนตัวพิงกับหน้าอกกว้าง เรียวแขนแข็งแกร่งโอบรอบเอวบางอย่างรู้งาน ซองยอลสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆตรงบริเวณต้นคอ

 

 

เสียงผิวปากแซวดังขึ้นไม่ได้ทำให้มยองซูหรือซองยอลมีอาการขัดเขินเลยสักนิด อาจเป็นเพราะแอลกอฮอล์ในเลือดที่สูงได้ที่ ทำให้ซองยอลกล้าที่จะทำอะไรได้มากกว่าตอนปกติ เรียกง่ายๆ คือทำให้หน้าด้านได้มากกว่าปกตินั่นแหละ คนออกคำสั่งตบมือพร้อมกับหัวเราะด้วยความสนุกเมื่อได้เห็นสิ่งที่อยากเห็น คงมีแต่แอลโจที่ดูจะหัวเสียจนเกือบจะควบคุมไว้ไม่อยู่

 

 

“หนักไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะ”

 

 

“ฉันออกจาเบา” ซองยอลหันไปตอบคนที่เป็นเบาะรองให้เขานั่ง ทำให้ปลายจมูกแทบจะเฉียดกัน

 

“อย่าลืมดื่มด้วยหนึ่งช็อต”

 

 

“รู้แล้วหน่า”

 

 

มือเรียวหยิบแก้วขึ้นมาจรดริมฝีปากก่อนจะยกขึ้นดื่ม เผยให้เห็นลำคออันขาวเนียนกำลังกลืนวอดก้าทีละอึก น้ำสีขาวใสไหลย้อยออกมาจากมุมปากเพราะจังหวะการดื่มเร็วจนกลืนไม่ทันทำให้มันไหลออกมาตามแนวลำคอ ประจวบกับแสงสปอรต์ไลท์ที่สาดส่องกระจายไปทั่วผับกำลังเบนทิศทางมายังซองยอล

 

 

ทำให้ทุกสายตาจับจ้องการดื่มวอดก้าช็อตนี้ของเขา ชางโจกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่จ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่วางตาราวกับกำลังหลงใหล ไม่ต่างจากแอลโจที่มองอย่างไม่กระพริบ

 

 

ส่วนคนที่อยู่ใกล้ที่สุดไม่ต้องพูดถึง...ถึงแม้ว่าคิมมยองซูจะเคยเจอผู้หญิงสวยเซ็กซี่มามากแค่ไหน ผู้หญิงเหล่านั้นยังสู้คนที่นั่งซ้อนบนตักเขาตอนนี้ไม่ได้แม้แต่นิดเดียว...ลำคอขาวเนียนที่กำลังกลืนของเหลวใสมันช่างน่ามองจนอยากจะลองสัมผัสดูสักครั้ง เสี้ยวหน้าหวานยามหลับตาพริ้มชวนให้หลงใหลอย่างบอกไม่ถูก

 

 

อีซองยอลกำลังใช้เวทมนต์กับคิมมยองซูอยู่ใช่ไหม

 

 

จนเขาคนนี้อดไม่ได้ที่จะแตะริมฝีปากลงบนผิวขาวเนียนที่เลอะไปด้วยวอดก้า ไล่เช็ดด้วยริมฝีปากร้อนอย่างตั้งใจ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องอย่างตื่นเต้นของคนรอบๆโต๊ะ ดวงตาคมร้ายกาจเหลือบมองที่นั่งฝั่งตรงข้ามอย่างเย้ยหยั่น อีซองยอลตอนนี้ก็เหมือนลูกไก่ในกำมือที่มยองซูจะใช้ทำอะไรก็ได้

 

 

...ทำอะไรก็ได้ให้แอลโจรู้ว่าไม่มีทางที่จะชนะเกมส์นี้

 

 

“แอล มึง !”  บล็อกไม้ถูกปัดจนร่วงหล่นจากโต๊ะดังโครมใหญ่จนทุกทุกคนสะดุ้งรวมทั้งซองยอลด้วย มีแค่มยองซูคนเดียวที่ยังคงกดยิ้มเล็กๆมองอาการของแอลโจอย่างสนุก

แอลโจลุกขึ้นแล้วพุ่งตัวไปจะกระชากซองยอลออกจากมยองซู แต่ดีที่ชางโจรับรู้การเคลื่อนไหวทันจึงคว้าตัวไว้ได้

 

 

“จะทำอะไรของมึงแอลโจ ! ” ทุกคนหยุดนิ่งมองเหตุการณ์ที่กลับตาลปัตร

 

 

“มึงเห็นไหมว่ามันกำลังทำอะไรซองยอลของกู ! ”

 

 

“เดี๋ยว นี่มันเรื่องอะไรวะ” ชางโจพยายามห้ามอย่างใจเย็น มองแอลโจสลับกับอีกสองคนที่นั่งซ้อนตักกันอยู่ด้วยความงุนงง ไม่ต่างจากซองยอลที่เริ่มรนกับสถานการณ์นี้

 

 

แต่ต่างจากอีกคน มยองซูดุ้นกกระพุงแก้มอย่างกวนประสาทก่อนจะยิ่งโอบเอวให้คนบนตักชิดเข้ามาใกล้มากขึ้น “ซองยอลของมึง? ของมึงตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะ”

 

 

เขาเอ่ยอย่างเรียบๆพร้อมกับตั้งใจซุกหน้าสูดดมลงกับแผ่นหลังบอบบางนั้นด้วยสายตาเย้ยหยั่นว่าแอลโจไม่มีวันได้ทำอย่างที่เขาทำ ยิ่งสร้างความโมโหแก่อีกคน แอลโจกำหมัดแน่นพร้อมพุ่งตัวเข้าหาอีกฝ่าย

 

 

“หยุดบ้าสักทีเถอะ!” ซองยอลที่ทนไม่ไหวตะโกนขึ้นจนสามารถชะงักแอลโจที่กำลังเดือดได้อยู่หมัด เขาจ้องมองอีกคนด้วยความไม่เข้าใจระคนสับสน

 

 

จริงอยู่ที่เขาตั้งใจจะเย้ยให้แอลโจเห็นว่าตอนนี้เขาไม่ได้อ่อนแอ ไม่ได้เสียใจเลยสักนิดที่หมอนั่นบอกเลิกไป แต่ไม่ใช่ให้เลยเถิดถึงขนาดมีเรื่องชกต่อยกัน...ไม่เข้าใจ แอลโจจะหึงเขาทำไมกัน ในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว

 

 

การที่แอลโจทำแบบนี้ ยิ่งทำให้หัวใจเขาสับสน

 

 

ซองยอลดึงมือที่โอบรอบเอวออกแล้วลุกขึ้นหนีจากเหตุการณ์น่าเวียนหัวนี้โดยไม่สนใจใครทั้งสิ้น ตอนนี้เขาคิดอะไรไม่ออกจริงๆ

 

 

ไม่อยากจะคิดอะไรเลยจริงๆ 

 

 

.

.

.

 

 

สายน้ำเย็นช่ำไหลผ่านใบหน้าหวานระเรื่อเรียกสติคนเมาให้กลับมาได้เล็กน้อย ซองยอลปล่อยให้หยดน้ำไหลตามเส้นผมพลางครุ่นคิดเรื่องเมื่อครู่…แอลโจจะเอายังไงกันแน่

 

 

เขารู้ว่าหมอนั่นอยากจะกลับมาหาเขา ด้วยท่าทีและอาการต่างๆ แต่เพราะอะไรล่ะ ? หมอนั่นเลิกกับเขาก็ด้วยเหตุผลร้อยแปดพันเก้าข้อไม่ดีของอีซองยอลทั้งนั้น แล้วตอนนี้นึกอะไรถึงจะอยากกลับมาเริ่มใหม่

 

 

 

ยอมรับเขาได้แล้วงั้นเหรอ ?

 

 

หรือเห็นว่าเขาเปลี่ยนไปถึงอยากจะกลับมา ?

 

 

หรือเพราะแค่หวงก้างเขาที่เคยเป็นแฟนกันแค่นั้น ? ... มันไม่มีเหตุผลดีๆสักข้อมารองรับเรื่องนี้เลยจริงๆ

 

 

 

ซองยอลวักน้ำชะล้างใบหน้าอีกหนก่อนจะเงยขึ้นมามองกระจก เงาสะท้อนด้านหลังบ่งบอกว่าเขาไม่ได้อยู่ภายในห้องน้ำนี้คนเดียว แต่มีอีกคนกำลังกอดอกจ้องมองเขาอยู่

 

 

แอลโจ ! ตามมาทำไมกัน

 

 

ซองยอลถอนหายใจทำเป็นมองไม่เห็นว่าใครกำลังยืนมองอยู่ ลูบใบหน้าให้เปียกหมาดอย่างลวกๆก่อนจะเดินหนีออกจากห้องน้ำ...ไม่อยากจะพูดอะไรหรือรับฟังอะไรจากปากแอลโจทั้งนั้น

 

 

 

“เดี๋ยวซองยอล” แต่ก็ไม่พ้น แอลโจฉวยข้อมือเขาเอาไว้แน่น

 

 

“ปล่อยเถอะ”

 

 

“ไม่..ทำไมนายต้องเมินฉัน” โง่หรือแกล้งโง่ ซองยอลคิดในใจ

 

 

“แล้วทำไมฉันจะต้องสนใจนาย”

 

 

“ฉันรู้ว่านายโกรธฉันเรื่องวันนั้น” แอลโจไม่สนใจคำพูดเมื่อกี้ของซองยอล ดึงให้เขาหันมาสบตามองแล้วพูดต่อ

 

 

“มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น ฉันไม่ได้ตั้งใจจะบอกเลิก” ซองยอลร้องเหอะออกมาอย่างหัวเสีย พูดว่าอะไรนะ ? ไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้ตั้งใจแต่พาแฟนใหม่มารออยู่หน้าคาเฟ่ในวันนั้น ไม่ได้ตั้งใจเลยจริงๆ

 

 

“พอเถอะ ยังไงตอนนี้ฉันกับนายก็ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว ยังไงสถานนะนายกับฉันก็เป็นได้แค่แฟนเก่า” สะบัดมือให้หลุดจากการเกาะกุม แต่แทนที่จะหลุดกลับกลายเป็นแอลโจรวบตัวเขาเข้าไปกอด

ซองยอลเบิกตากว้างอย่างตกใจพยายามดิ้นให้หลุดอีกครั้ง แต่แรงของแอลโจมีมากกว่าซองยอล

 

 

“ไม่..นายไม่ใช่แฟนเก่า ถึงฉันจะเคยบอกเลิกนายก่อน แต่นายไม่เคยตอบตกลงว่าเราจะเลิกกัน เพราะงั้นฉันถือว่าเรายังไม่เคยเลิกกัน” คำพูดหน้าด้านๆออกจากปากคนที่สวมกอดเขาไว้แน่น ซองยอลเตรียมจะพูดด่ากลับ แอลโจพูดบ้าอะไร !  ... แต่ยังไม่ทันได้เปิดปาก

 

 

“ขอร้อง กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม...ฉันจะไม่ทิ้งนายไปไหนอีกแล้ว ไม่แล้วจริงๆ” น้ำเสียงอ้อนวอนดูอ่อนยวบจนน่าใจหาย ซองยอลหยุดนิ่งไม่พยายามดิ้นลนอย่างเคย

 

 

ตอนนี้เขารับรู้ว่าคำพูดแอลโจยังมีอิทธิพลต่อหัวใจเขาจริงๆและมันกำลังทำให้เขา...ใจอ่อน

 

 

“ได้ไหมซองยอล” แอลโจโน้มใบหน้าซองยอลให้เข้ามาใกล้ๆ ลมหายใจอยู่ใกล้กันแค่ปลายจมูก ตลอดเวลาที่เคยคบกันแอลโจไม่เคยได้แตะต้องเขาหรือเข้าใกล้มากกว่าจับมือและกอด เพิ่งจะได้เห็นชัดๆว่าดวงตาคมร้ายนั้นก็สวยไม่แพ้ใครอีกคนที่แล่นผ่านเข้ามาในหัวสมอง...หากแต่ของมยองซูนั้นจะมีอะไรดึงดูดเขาไว้ได้มากกว่า

 

 

คิมมยองซู !

 

 

ซองยอลผลักคนที่กำลังจะกดริมฝีปากลงไปให้ออกห่างอย่างรวดเร็ว ความสับสนเกิดขึ้นภายในใจอีกครั้ง คิมมยองซูปรากฏขึ้นมาในหัวเวลานี้คืออะไร...แล้วตัวเขาที่เกือบจะเผลอไผลไปกับคำอ้อนวอนของแอลโจคืออะไร

 

 

“ซองยอล” ซองยอลเม้มริมฝีปากแน่นมองแอลโจด้วยแววตาสับสนก่อนจะรีบวิ่งกระแทกไหล่ออกจากห้องน้ำอย่างรวดเร็วโดยที่แอลโจก็รั้งไว้ไม่ทัน

 

 

สับสน ไขว้เขว จนคิดอะไรไม่ออก ระหว่างแอลโจและมยองซู เกิดอะไรขึ้นกับความรู้สึกของอีซองยอล

 

.

 

.

.

 

 

“พาฉันกลับบ้านที”

 

 

แต่ถ้าให้เลือกในตอนนี้ การหนีจากแอลโจและมาอยู่กับคิมมยองซูดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

 

 

 

 

Be sweet on

 

 

 

“ตื่นได้แล้วซองยอล” เสียงทุ่มกระซิบแผ่วเบาปลุกให้คนเมาที่นอนฟุบหลับตลอดทางตื่นขึ้นเมื่อถึงที่หมาย

 

 

 

มยองซูไม่ได้พาอีกคนกลับบ้านตามคำขอแต่เลือกจะพากลับมายังคาเฟ่เดิมที่ที่เป็นที่ทำงานของคนบอบางนี้ ถ้าพาอีซองยอลกลับบ้านไปตอนนี้คงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่แน่ ทั้งอาการเมาและเรื่องเวลาที่บัดนี้ร่วงเกินมาถึงตีสองกว่าแล้ว พี่ชายของซองยอลคงได้จับฟาดจนก้นลายอย่างไม่ต้องสงสัย

 

 

“ถึงแล้วเหรอ” ซองยอลขยับเปลือกตาอย่างยากลำบากด้วยอาการง่วงแถมยังมีปวดหัวเล็กๆเพราะอาการเมาที่ยังหลงเหลืออยู่ “พามาที่นี่ทำไม” เอ่ยถามเมื่อเห็นบริเวณโดยรอบไม่ใช่บ้านของตัวเองอย่างที่คิด

 

 

“ลงมาก่อน” มยองซูเอื้อมไปปลดสายเบลท์ก่อนจะลงไปเปิดประตูให้อีกฝ่าย พร้อมทั้งจูงมือเขาให้ไม่เดินเซเข้าไปถึงภายในคาเฟ่ที่เงียบสงัด

 

 

ซองยอลกระพริบตาไล่อาการมึนหัวมองท่าทางดูอ่อนนุ่มที่ไม่คุ้นเคยของมยองซู...เมาจนเบลอหรือเปล่าวะอีซองยอล

 

 

“กลับบ้านด้วยอาการแบบนั้น ฉันว่าคงไม่ดีเท่าไหร่ คืนนี้นอนที่นี่แล้วกัน” มยองซูเดินไปเปิดไฟตรงเคาท์เตอร์ชงเครื่องดื่มและหยิบจับอะไรแถวนั้นอยู่สักพัก

 

ซองยอลเดินโซเซตามไปติดๆ ปีนขึ้นไปนั่งแหมะอย่างหมดแรงคล้ายจะอาเจียนบนเคาท์เตอร์ว่างใกล้ๆมยองซู ด้วยเหตุผลในใจที่ว่าตรงเคาท์นี้มีแสงไฟสีส้มลอดผ่านให้พอเห็นอะไรอยู่บ้างเพียงจุดเดียว ให้ไปนั่งมุมมืดๆตรงอื่น อีซองยอลขอบาย

 

 

“ดื่มซะ จะได้ส่างเมา” ควันสีขาวจางๆลอยคละคุ้งอยู่เหนือแก้วรูปแมวเมี้ยว ส่งกลิ่นหอมนุ่มชวนให้สูดดม กลิ่นอ่อนๆของวนิลลาทำให้ซองยอลที่แทบจะไหลไปกับเคาท์เตอร์ด้วยความง่วงบวกเมานิดๆ เด้งตัวมองเครื่องดื่มตรงหน้า

 

 

นมวนิลลาอุ่นๆในแก้วเซรามิกทรงแมวเมี้ยว...

 

 

“หน้าเหมือนนายเลย” แก้วเซรามิคทรงแมวเมี้ยวถูกนำไปแตะแนบแก้มของคนที่กำลังล้างอุปกรณ์ที่ใช้อยู่  มยองซูเหลือบมองเล็กน้อยพลางหยิบผ้าผืนเล็กมาเช็ดมือที่เปียกน้ำ

 

 

ท่าทางจะเมาเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

 

 

“ให้ดื่ม ไม่ได้ให้เอามาเล่น” ทำเสียงดุใส่สักทีจนคนโดนดุต้องเบ้ปากลดแก้วลงมาถือไว้บนตัก

 

 

ไม่รู้ว่าเขาทำเสียงดุไปหรือยังไง อยู่ๆเด็กประถมในร่างเด็กมหาลัยถึงก็นั่งก้มหน้าซึมจนดูน่าสงสารแบบนี้น่ะ มยองซูวางผ้าเช็ดมือแล้วเดินไปหยุดยืนตรงที่ซองยอลนั่งห้อยขาถือแก้วนมอยู่

 

 

“ซองยอล หลับแล้วหรือไง” เงียบ ไม่มีเสียงตอบกลับ มยองซูถอนหายใจมองอาการเซื่องซึมแปลกพิกลของซองยอลก่อนจะย่อตัวลงแล้วชะโงกหน้ามองคนที่กำลังก้มหน้าอยู่ ลองจิ้มแก้มอิ่มๆนั่นสักทีสองที

 

 

“อีซองยอล”

 

 

“นายเคยรักใครมากๆหรือเปล่า” เล่นเอาถึงกับขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อโดนถามอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยอยู่ๆก็เปลี่ยนท่าที เมาแล้วอารมณ์แปรปรวนใช้ได้อยู่

 

 

มยองซูยืดตัวขึ้นพร้อมกับซองยอลที่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตา…ดวงตาสวยทอประกายแววหวานหยาดเยิ้มด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในร่างกาย เขาไม่พูดหรือตอบคำถามนั้นทำแค่เพียงมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้ดูหม่องลงไปถนัดตาอย่างเงียบ รอให้เจ้าตัวพูดอะไรออกมาต่อ

 

 

คิมมยองซูรู้ดีว่าตอนนี้อีซองยอลกำลังเมาและคนเมาชอบพูดสิ่งที่ฝั่งลึกอยู่ในใจออกมา

 

 

“รักจนไม่รู้วิธีที่จะลืมให้ลงยังไง...ฉันกำลังเป็นแบบนั้น” ซองยอลหัวเราะเบาๆให้กับคำพูดของตัวเอง ก่อนจะพูดต่อ

 

 

“นายรู้จักแอลโจไหม..คนนั้นน่ะ ตัวเตี้ยๆ ตาคมๆ ชื่อคล้ายนาย..คล้ายนายทุกอย่าง คนที่บอกเลิกฉันด้วยเหตุผลที่ฟังแล้วแปลกประหลาดที่สุดในโลก” อีซองยอลคงไม่รู้ว่าเขารู้จักดีเลยด้วยซ้ำ ชื่อคล้ายกันนั่นก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ  

 

 

มยองซูมองคนตรงหน้าที่กำลังเม้มปากแน่นพร้อมกับหัวเราะทั้งๆที่ใบหน้าเหมือนจะร้องไห้

 

 

บ้าหรือไงอีซองยอล             

 

 

“เขาคือแฟนคนแรกของฉัน...ฉันกับแอลโจผ่านอะไรมาด้วยกันหลายเรื่องทั้งเรื่องที่พี่ซองกยูไม่ชอบให้เราคบกันหรือเรื่องสายตาจากคนภายนอกที่มองมาเวลาเราเดินคู่กันเพราะความสูงที่แตกต่างกัน ฉันน่ะ..มีความสุขมากๆเวลาเราเดินเคียงข้างกัน..แต่ฉันไม่เคยรู้ว่าเขาจะไม่คิดแบบเดียวกัน” ยิ่งพูดน้ำเสียงยิ่งดูเศร้าลง จนคนฟังอดคิดไม่ได้ว่า...แอลโจคงมีอิทธิพลมากต่อซองยอล

 

 

 

“แล้วหมอนั่นคิดแบบไหน” เป็นคำถามแรกหลังจากฟังอยู่เงียบๆ

 

 

 

“หมอนั่นคงลำบากใจที่จะเดินเคียงข้างฉัน เขาถึงทิ้งฉันแล้วไปหาคนที่เขาสามารถเดินได้ด้วยแล้วไม่อายสายตาใคร”

 

 

 

“หมอนั่นโง่...” ซองยอลเงยหน้ามาสบตาด้วยความสงสัย “ที่เสริมส้นก็มีขายเกลื่อนไป ทำไมจะต้องอายด้วยเรื่องแค่นี้”

 

 

 

“นายใส่เหรอ?”

 

“เอาตรงๆ ก็มีบ้างบางครั้ง” บางครั้งที่ต้องมาเจอใครบางคน

 

 

ซองยอลหัวเราะคิกคักเรื่องที่เสริมส้นของมยองซู แก้มอวบอูมแดงระเรื่อฉีกยิ้มจนเป็นลูกมะเขือเทศ มยองซูได้แต่ดุ้นกระพุงแก้มอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่...นี่มันเรื่องอะไรจะต้องมานั่งปลอบเด็กประถมด้วยเรื่องน่าอับอายของตัวเองด้วยวะ

 

 

ปลอบเหรอ? เขาปลอบคนอื่นเหรอ? เออ...คิมมยองซูติดเชื้อความเพี้ยนมาจากอีซองยอลแน่ๆ

 

 

“เลิกสนใจหมอนั่นแล้วดื่มนมเร็วๆ” มยองซูโวยวายกลบอาการร้อนๆบนใบหน้าเมื่อซองยอลยังไม่หยุดหัวเราะ

 

 

“นี่...แต่ตอนนี้หมอนั่นกลับมาขอให้เราทั้งคู่เป็นเหมือนเดิม นายว่าฉันควรจะทำยังไง” ถ้อยคำเหล่านั้นทำให้เขาต้องชะงัก...แอลโจเดินหน้าเกมส์เร็วกว่าที่คิด

 

 

“แล้วนายอยากกลับไปหรือเปล่า” มยองซูจับจ้องใบหน้าหวานอย่างนิ่งๆ รอฟังคำตอบ

 

“ไม่รู้สิ...ฉัน...สับสน” เว้นช่วงแล้วหลุบตาลง “ฉันคิดว่าฉันยังรักแอลโจแต่ว่า...”

 

 

 

 

 

.

.

.

.

 

 

 

“พอมองแอลโจแล้วฉันนึกถึงแต่นาย…ฉันสับสน”

 

 

มยองซูเชื่อว่าทุกอย่างในตอนนี้คือตัวตนที่แท้จริงของซองยอล ทุกคำพูดทุกความคิดคือสิ่งที่ซองยอลรู้สึกจากข้างใน...เคยได้ยินไหม คนเมามักพูดความจริง

 

 

 

เขาพอจะรู้ว่าซองยอลต้องการใครสักคนเพื่อแทนที่แอลโจและคนนั้นก็คือเขา มีบางทีเขาคิดว่าซองยอลคงจะลืมแอลโจแล้วมาหลงรักเขาเข้าจริงๆไปแล้ว แต่มันไม่ใช่ ...มยองซูเพิ่งจะรู้ว่าแอลโจไม่เคยออกไปจากหัวใจคนตรงหน้าเขาได้เลย 

 

 

เหมือนตอนนี้ความคิดบางอย่างของเขาเองได้เปลี่ยนไป...ซองยอลไม่ได้เป็นอย่างที่แสดงให้เห็น เกาะกำบังที่ซองยอลใช้หลบซ่อนตัวตนกำลังค่อยๆกระเทาะออกและพังทลายต่อหน้าเขา เพียงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์และการพบเจอคนรักเก่าอย่างแอลโจ

 

 

อีซองยอลอ่อนแอและบอบบางมากกว่าสิ่งใดๆ...จนมีความคิดว่าในหัวว่า ‘ต้องปกป้อง’ มันเป็นเพียงชั่วหนึ่งของความคิดที่แล่นเข้าก่อนจะพลันหายไปพร้อมกับเรื่องระหว่างเขากับแอลโจที่แทรกเข้ามาแทนที่

 

 

 

เกมส์ยังไงก็ต้องเป็นเกมส์

 

 

 

..การที่ซองยอลสับสนเพราะเขานั่นถือเป็นลางบอกที่ดีว่าเขาจะยังไม่แพ้และเกมส์นี้เขาจะไม่วันแพ้ด้วย 

 

.

.

 

 

 

“ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น รีบดื่มนมให้หมดแล้วนอนเถอะ” มือหนาสัมผัสเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนอย่างเบามือจนซองยอลอยากจะหลับตาแล้วปล่อยให้มยองซูลูบหัวไปอย่างนี้นานๆ...เขารู้สึกว่าปลอดภัยและสบายใจทุกครั้งที่ได้รับสัมผัสอ่อนโยนจากมยองซู

 

 

 

ซองยอลทำตามคำสั่งอย่างว่าง่ายไม่มีอิดออดเหมือนตอนยังมีสติครบถ้วน ค่อยๆยกนมขึ้นดื่มเหมือนเด็กน้อยกำลังดื่มนมก่อนเข้านอน

 

 

 

แก้วเซรามิกรูปแมวเมี้ยวถูกเทให้เห็นว่าไม่มีนมเหลืออยู่สักหยดพร้อมกับเลียคราบนมบนริมฝีปากการันตีว่าอีซองยอลดื่มหมดเกลี้ยง ท่าทางเหล่านั้นเรียกรอยยิ้มให้คนมองไม่น้อย

 

 

“กินนมยังไงให้เลอะเป็นหนวด” ซองยอลเม้มปากพร้อมกับแอบเลียคราบนมอีกครั้งหวังว่าจะหายเป็นหนวดอย่างที่มยองซูบอก แต่ดูเหมือนว่ายังไงหนวดจิ๋วจากนมขาวๆยังไม่หมดไปจากบนใบหน้า

 

 

มยองซูประคองใบหน้าหวานใสให้อยู่นิ่งๆในระดับสายตาก่อนจะใช้นิ้วโป้งกดลงไปเช็ดคราบนมสีขาวนั้นออกอย่างเบามือ ดวงตาคมเผลอจับจ้องไปตรงริมฝีปากอิ่มแดงก่อนจะไล่ขึ้นมาสบตาเจ้าของเรียวปากสวย

 

 

ดวงตาหวานเยิ้มเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์กำลังจ้องมองเขาอยู่เช่นกัน เหมือนมีแรงดึงดูดจากแววตาคู่นั้นที่ทำให้เขาต้องเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ๆก่อนจะเผลอกดริมฝีปากประทับลงไปบนเรียวปากแดงอิ่มนั่น

 

 

ซองยอลไม่ขัดขืนกับสัมผัสที่เขามอบให้แต่กลับตอบรับมันจนมยองซูยิ่งไม่อยากจะถอนจูบออก ใบหน้าสวยหวานปรับองศาให้เหมาะกับสัมผัสอันวาบหวิวนี้พร้อมกับเรียวแขนที่ค่อยๆเคลื่อนขึ้นไปโอบรอบลำคอของอีกคนให้เข้ามาแนบชิด…

 

 

ความหอมของนมวนิลาบวกกับความอ่อนนุ่มของริมฝีปากซองยอลกำลังทำให้คิมมยองซูเตลิด จนไม่คิดอยากจะหยุดเพียงแค่จูบนี้

 

 

สิ่งของบนเคาท์เตอร์นั้นถูกปัดให้ไกลออกไปก่อนที่ร่างอันบอบบางของซองยอลจะนอนลงพร้อมกับอีกคนที่ทาบทับมาโดยที่ริมฝีปากยังไม่ระออกจากกัน

 

 

มือหนาเริ่มสอดเข้าไปลูบผิวเนียนใต้เสื้อสีฟ้าอ่อนอย่างแผ่วเบา ค่อยๆถกให้เสื้อที่เป็นสิ่งขวางกั้นนั้นหลุดไปกองคาไว้บนข้อมือบางที่ถูกรวบไว้เหนือหัว มยองซูกดจูบลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดูดดึงความอ่อนนุ่มนั้นอย่างถูใจ ก่อนจะถอนจูบนั้นค่อยๆสบตาคนข้างใต้ ความหวานเยิ้มเหมือนเป็นการยิ่งเพิ่มความยั่วยวนให้มยองซูห้ามใจตัวเองไม่อยู่

 

 

ซุกไซร้ลงไปบนซอกคอขาวเนียน สูดดมความหอมที่เคยได้กลิ่นจากไกลๆ ไม่ลืมที่จะกดเม้มลำคอสวยนั้นจนเกิดรอยสีจางๆ...เขาเคยฝากมันไว้ตรงหลังคอในที่ที่ไม่มีใครได้เห็น แต่ตอนนี้เขาต้องการจะทำให้ทุกคนเห็นโดยเฉพาะแอลโจว่าอีซองยอลนั้นเป็นของใคร

 

 

“อื้อ..มยองซู” เสียงหวานครางแผ่วเบาพร้อมกับเรียกชื่ออีกคน…ใครสอนอีซองยอลให้เรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงแบบนั้นกัน

 

 

มือที่กำลังจะปลดกระดุมกางเกงต้องชะงักเพราะเสียงครางหวานนั้นเรียกสติให้เขาหยุดการกระทำทั้งหมด มยองซูละออกจากร่างกายอันหอมหวานตรงหน้าก่อนจะหลับตาลงเพื่อตั้งสติ เขาไม่ควรทำแบบนี้กับซองยอล...ไม่ควรเลยสักนิด

 

 

 

ความคิดนึงของเขามันแล่นเข้ามาว่า...

 

 

 

ไม่ควรฉวยโอกาสจากความอ่อนไหวของคนบอบบางอย่างอีซองยอล...มันเกิดอะไรขึ้นกับคิมมยองซูกัน

 

 

 

 

“มยองซู” ดวงตาหวานเยิ้มมองเขาด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจที่จู่ๆอีกคนนั้นหยุดการกระทำไป..มันกลายเป็นความยั่วยวนแบบไม่รู้ตัวของซองยอลที่กำลังทำให้คิมมยองซูคลั่ง

 

 

แม้แต่ตอนเมายังฤทธิ์เยอะขนาดนี้...ถ้าไม่เมาจะขนาดไหน

 

 

มยองซูผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆก่อนจะดึงตัวของคนที่นอนยั่วเขาอย่างไม่รู้ตัวให้ลุกขึ้นมานั่งแล้วจัดแจงใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยเหมือนเดิม...ผิวเนียนนุ่มของอีซองยอลเป็นอันตรายต่อความคิดอกุศลเขาชะมัด

 

 

“ทำไม..”

 

 

“ฉันจะพาขึ้นไปนอนข้างบน” มยองซูตัดบทก่อนที่ซองยอลจะเอ่ยถามอะไรไปมากกว่านี้

 

 

มยองซูจูงซองยอลขึ้นมาด้านบนของคาเฟ่โดยไม่พูดอะไรสักคำ ด้านบนนี้เป็นห้องโล่งๆที่เดินขึ้นบันไดมาก็เจอเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งครบครันพร้อมใช้สอย เพราะในบางเวลาที่คิมมยองซูไม่อยากกลับบ้านหรืออยู่ลองสูตรขนมก็จะใช้ด้านบนนี้เป็นที่หลับนอน

 

 

“นอนบนนี้แล้วกัน” บอกเสร็จเตรียมจะเดินหนีลงไปข้างล่างหวังไปสงบอารมณ์พลุกพล่านที่ยังไม่จางหายเมื่อครู่ให้เป็นปกติ...ขืนอยู่ใกล้อีซองยอลอีก เขาก็ไม่รับประกันว่าครั้งนี้หยุดตัวเองได้ไหม

 

 

แต่เหมือนพระเจ้าจะอยากเล่นตลกกับคิมมยองซูล่ะมั้งถึงให้ซองยอลงอแงแล้วดึงมือเขาไว้แบบนี้

 

 

“ไม่เอา ไม่นอนคนเดียว” ซองยอลช้อนสายตามองอย่างออดอ้อนให้อีกคนไม่ทิ้งเขาลงไปอยู่ข้างล่าง ซึ่งก็ทำให้มยองซูหัวเสียอยู่ไม่น้อย

 

 

“นายกำลังจะทำฉันเป็นบ้ารู้ตัวไหม”

 

 

“ฉันกลัว” เหมือนเด็กน้อยกำลังงอแงไม่ยอมนอนเพียงเพราะกลัวที่จะต้องนอนคนเดียวโดยไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน “นอนด้วยกันเถอะนะ” อ้อนขออีกครั้งไม่พอยังส่งสายตาวิ้งวับรอคำตอบจนน่าจับมาฟัดให้หายหมั่นเขี้ยว

 

 

ถ้าในเวลาปกติคิมมยองซูก็พอจะต้านอยู่ แต่อีซองยอลในเวลานี้...ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคิมมยองซูถึงต้านไม่ได้เลย

 

 

.

.

.

.

 

“อย่าไปพูดชวนใครนอนด้วยแบบนี้ง่ายๆที่ไหนอีก เข้าใจหรือเปล่า” ซองยอลรีบพยักหน้างึกหงักทันทีที่มยองซูทิ้งตัวลงบนเตียงข้างๆกัน คนมองได้แต่ส่ายหัวให้กับความไร้เดียงสาแต่แอบยั่วยวนอย่างหนักใจ

 

 

อีซองยอลไม่ควรดื่มเหล่าจริงๆให้ตายสิ

 

 

“นอนได้แล้วอีซองยอล” มยองซูดันตัวให้อีกคนนอนบนหมอนนุ่มใบใหญ่ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดไฟตรงข้างๆเตียงแล้วล้มตัวนอนข้างๆกัน วงแขนแกร่งเคลื่อนไปโอบร่างบอบบางให้เข้ามานอนแนบชิดในอ้อมอก

 

 

...อยากให้นอนด้วยก็ต้องยอมเป็นหมอนข้างให้คิมมยองซู

 

.

.

.

 

ความมืดมิดปกคลุมทั่วทั้งห้องมีเพียงแสงสว่างจากด้านนอกเล็ดลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาเล็กน้อยเท่านั้น ลมหายใจผ่อนเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าของวงแขนอุ่นนี้ได้เข้าสู่ห่วงนิทราไปเรียบร้อย ใบหน้ายามหลับใหลนั้นดูน่ามองไม่น้อยไปกว่ายามปกติ หากแต่เวลาหลับแล้วคิมมยองซูก็ดูเป็นเพียงแค่เด็กผู้ชายคนนึงที่ไม่ได้ร้ายกาจหรือกวนประสาทอย่างในความเป็นจริง...ดูน่าเข้าใกล้กว่าตอนทำตวัดสายตาคมกริบมองคนด้วยความเรียบเฉยเสียอีก

 

 

ซองยอลไม่ได้หลับเหมือนอย่างที่มยองซูเข้าใจและเขาก็ไม่ได้เมาถึงขนาดไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไปตอนที่อยู่ข้างล่างหรือแม้แต่ความอ่อนไหวที่เกิดขึ้นตรงเคาท์เตอร์นั้น...เขารู้สึกตัวทั้งหมด

 

 

เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงกล้าที่จะพูดสิ่งที่อยู่ในใจต่อหน้าผู้ชายคนนี้...ไม่รู้เลยจริงๆ

 

 

 

และก็ไม่รู้อีกเหมือนกันว่าเพราะอะไรถึงยอมให้คนนี้เข้าใกล้ได้มากขนาดนี้ อาจจะเพราะอารมณ์หรือความรู้สึกบาง...อีซองยอลไม่รู้อะไรเลย

 

 

 

 

 

 

“นายกำลังทำฉันสับสน..จนไม่รู้จะทำยังไงแล้วคิมมยองซู”

 


To be con ♪

Comment

Comment:

Tweet

ตอนนี้ยอลสับสนได้ที่เลย
ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้ายอลรู้ว่ามยองกะแอลโจมันตกลงอะไรกันไว้จะเป็นไง
น่ากลัวมากเลยนะนั่นยอลจะน่าสงสารมากแล้วคงเสียใจ มากแน่ๆเลย อ้ากกสะพรึง
ติดตามขอรับ

#10 By zoar-mu on 2013-05-10 04:30

พี่ยอลสับสน มยองซูอย่าหลอกพี่ยอลเลยน้า
สงสารพี่ยอลชะมัด ไม่รู้ตัวเลย

#9 By maohkiki (103.7.57.18|124.120.127.194) on 2013-04-22 00:41

อยากอ่านต่อแล้วไรเตอร์ พลีสสสสสยยยวววววววววววววววววววววววววว

#8 By PLD (103.7.57.18|115.67.99.16) on 2013-03-30 16:00

สับสนแทนเลยอะ ;__; สงสารยอล
อย่าทำร้ายยอลเลยนะมยองซู ฮือออ

#7 By Little♥rey on 2013-03-21 18:06

งื่อออออ เข้ามาดูทุกวันเลยเมื่อไรจะอัพเรื่องนี้
เค้าติดเรื่องนี้มากๆเลยนะ ชอบบบบบบ
พี่ยอลอยาสับสนเลยค่ะ มยองซูคุณค่าที่ที่พี่ยอลคู่ควร #เพ้อ
ตอนนี้อ่านไปกรี้ดไป ในผับแอลมันกวนนะยั่วให้แอลโจโมโหตลอด แล้วไม่คิดว่าพ่อคุณจะสุภาพบุรุษขนาดไม่ทำอะไรพี่ยอล
จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณสำหรับฟิคสนุกๆแบบนี้ ^^

#6 By Honey (103.7.57.18|171.100.201.144) on 2013-03-12 11:40

โถ่ ส่วนลึกของจิตใจแอบเชียร์แอลโจนะ 55555
ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน -_-
มี NC แอลโจซองยอลด้วยก็ดีนะ แบบอย่างแรร์อะ 55555

#5 By Name (103.7.57.18|125.25.52.24) on 2013-03-11 23:28

วร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย มยองสุภาพบุแมน อยากอ่านต่อเลยอะพี่จูนฟินมากกกกกก

#4 By aommanii (103.7.57.18|58.11.204.176) on 2013-03-11 22:02

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด รอตอนต่อไปอยู่นะคะ

#3 By aunpunz (103.7.57.18|110.77.182.52) on 2013-03-11 14:47

อ้ากกกกกก อัพเรื่องนี้แล้ววว ><
คือรีเฟรชวันละสองรอบ 555555
ขอบคุณมากๆเลยนะคะ
ลุ้นเรื่องนี้มากๆ อยากให้รักกันเร็วๆ ฮ่าๆๆ
หวั่นไหวแล้วๆ แอลอย่าไปยอมแอลโจจจ
แย่งพี่ยอลมาเล้ยยย
โฮกกกกกก ต้องกลับไปอ่านตอนเก่าๆแล้วค่ะ
แอบลืมแล้วว่าแอลกกับแอลโจตกลงอะไรกันไว้ 55
ขอบคุณอีกรอบบบบ /โฮฮฮอ ชาบู cry

#2 By Earnzt (103.7.57.18|50.141.244.30) on 2013-03-11 10:57

โฮวววววว.... สับสนแทนน้องยอล

นี่ถ้ารู้ว่าสองแอลนั่นเล่นอะไรกันละก็ จะคิดยังไงนะ

ต่อไปแอลโจคงจะเดินเครื่องเต็มกำลังแล้วสิ

ฮรือออ เริ่มจิดราม่า

แต่มยองซูเนี่ยละก็ ทนได้ยังไง ทนอีซองยอลได้ยังง้ายยยยยยย

เป็นพี่ พี่ยอมเลวค่ะหนู พี่ไม่ทน พี่ทนมิหวายยย -///-

#1 By honii (103.7.57.18|115.67.166.81) on 2013-03-11 00:23

Recommend