lcheshirex View my profile

[ FIC ] Be sweet on.♡ 8th {♥ Myungyeol}

posted on 10 Mar 2013 23:28 by cheshirexx in INFINITE directory Fiction

 

 

Be sweet on.
 
m y u n g y e o l

 

 

 

8th


 

 

 

“ขอดูบัตรด้วยครับ”

 

 

“หา ? ต้องใช้ด้วยเหรอ ?”

 

 

“ต้องใช้สิครับ เข้าสถานที่แบบนี้ที่ไหนก็ต้องใช้ทั้งนั้นแหละครับคุณลูกค้า”

 

 

“ครั้งที่แล้วไม่เห็นต้องใช้เลย” ปากก็บ่นพึมพำ แต่ก็ยอมควักบัตรประจำตัวให้แก่พนักงานต้อนรับหน้าร้านไปเช็ค

 

 

ซองยอลยู่ปากอย่างไม่สบอารมณ์ที่ต้องมาเจอแถวตรวจบัตรก่อนเข้าผับ อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมวันนี้ถึงมาตรวจบัตรจนเขาต้องยืนต่อคิวยาวเป็นวา ครั้งก่อน ๆ ที่มากับดงอูและซองจงยังไม่เห็นต้องควักบัตรออกมาให้ดูเลย .. เกิดอยากมาคุมเข้มอะไรวันนี้

 

 

นี่ถ้าไม่ได้อยากรู้ว่าหมอนั่นจะไปไหนนะ ก็คงไม่ต้องมายืนขาแข็งยื่นบัตรให้คนแปลกหน้าดูหรอก คิมมยองซูหายต๋อมเข้าไปข้างในถึงไหนต่อไหนแล้วเนี่ย !  

 

 

“ใช่บัตรคุณจริง ๆ เหรอ?”

 

 

“ก็ต้องใช่สิ”  ถามอะไรแปลก ๆ  เขาเป็นคนยื่นบัตรให้ก็ต้องบัตรของเขาสิวะ !

 

 

“คุณชื่ออะไร?”

 

 

“อีซองยอล”

 

 

“เกิดเมื่อไหร่?”

 

 

“ยี่สิบเจ็ดสิงหา”  ไม่ได้แหกตาดูในบัตรหรือยังไง ชื่อก็มีอยู่ วันเกิดก็ตรงตามที่แจ้งเกิด

 

“ที่อยู่ละ?”  ซองยอลถอนหายใจอย่างสุดเซ็ง ตวัดสายตามองพนักงานตรวจบัตรคนนั้นจนตาแทบถลน

 

 

ยิ่งพนักงานตรวจบัตรถามมากเท่าไหร่ เวลาของเขาก็ยิ่งถูกลดลงไปเท่านั้น  ถ้าเกิดคาดกับมยองซูจนหาไม่เจอนะ สาบานเลย..อีซองยอลจะเอาแก้ววอดก้ามาตีกระบาลไอ้หมอนี่ !

 

 

 “1327 …” เขามองพนักงานคนนั้นดูที่อยู่ในบัตรตามที่เขาพูดร่ายยาวออกมาอย่างเข่นเขี้ยว

 

 

หงุดหงิด ! บัตรก็อยู่ในมือจะมาถามเอาอะไรอีกวะ  ไม่เชื่อว่าเขาคือเจ้าของบัตรจริงๆหรือยังไงกัน  หน้าอีซองยอลก็ไม่ได้เปลี่ยนจากเมื่อสี่ห้าปีก่อนจนจำไม่ได้ขนาดนั้นเสียหน่อย อาจมีหล่อขึ้นมาบ้าง แต่นั่นมันไม่ใช่ปัญหาไม่ใช่เหรอ ? ยังไงมันก็ไม่ได้ถึงขนาดไม่มีเคล้าเดิมจนต้องมาจับผิดอย่างนี้นี่หว่า

 

 

พนักงานตรวจบัตรขมวดคิ้วจนยุ่ง ยังคงมองหน้าซองยอลสลับกับรูปในบัตรประจำตัวจนเจ้าของบัตรกรอกตาไปมาอย่างรำคาญใจ

 

 

“ชื่อก็บอกถูก วันเกิดก็บอกถูก บ้านที่อยู่ก็บอกถูก .. ถามจริง หน้าฉันมันไม่เหมือนในรูปหรือไง ? ” ซองยอลชักจะหมดความอดทน ไม่ใช่มีแค่เขาคนเดียวสักหน่อยที่รอเข้าไอ้ผับนี้น่ะ !

 

 

คนข้างหลังสาปแช่งอีซองยอลจนผมจะร่วงหมดหัวแล้วมั้ง ! ที่ทำให้ต่อแถวยาวกินหน้าร้านคนอื่นเลยไปสามสี่บล็อคแบบนี้

 

 

“ก็คงต้องบอกว่าอย่างนั้นแหละครับ หน้าคุณในบัตรนี่มัน...” พนักงานคนนั้นพูดอย่างกระอักกระอ่วน ใจ เหมือนจะพูดแต่ก็ลังเลจนเครื่องหมายคำถามปรากฏอยู่บนใบหน้าซองยอล

หน้าเขามันทำไมเหรอ ?

 

 

 

ซองยอลชะโงกหน้าเข้าไปดูรูปบนบัตรประจำตัวด้วยความสงสัย หาสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้พนักงานคนนี้สงสัยว่าเข

 

 

ลืมไปได้ยังไง !

 

ถึงตอนนี้อีซองยอลจะหล่อขึ้นเป็นกองและไร้ข้อบกพร่องบนใบหน้า แต่ว่าในบัตรประจำตัวนั้น..ซองยอลลืมไปว่าสี่ห้าปีก่อนเขาไม่ได้สนใจดูแลตัวเองดีเท่าตอนนี้  ไม่ได้สนใจว่าต้องดูแลใบหน้าตัวเองยังไง .. เลยแน่นอนว่าตอนไปทำบัตรประจำตัวเขาก็คงเอาใบหน้าโล้น ๆ คิ้วโล้นๆ ไปถ่ายติดบัตรมานี่แหละ แถมตอนนั้นเพิ่งจะเอาเหล็กดัดฟันออกด้วยกระมั้ง เลยยิ้มแปลกพิกลไปหน่อย

 

 

แต่มันจะเปลี่ยนเป็นคนละคนจนจำไม่ได้ขนาดนั้นเลย ? ไม่จริงล่ะมั้ง

 

 

“เอาตรงๆนะครับ คุณไปปลูกคิ้วมาใหม่ใช่ไหม ..ความจริงมันก็เหมือนคุณนั่นแหละ แต่ผมติดใจตรงคิ้วเท่านั้น” ถอดรองเท้าฟาดปากคนตอนนี้  ต้องไปเสียค่าปรับที่สถานีตำรวจเท่าไหร่ ..

 

 

เขาต้องมายืนตอบคำถามให้ลูกค้าคนอื่นต้องรอคิวยาวเพราะเรื่องคิ้วอย่างนั้นเหรอ !?  บอกทีว่าฟังไม่ผิด

 

 

ซองยอลกัดริมฝีปากแน่นเหมือนจะสะกดอารมณ์ที่กำลังพุ่งทะยานเกือบจะขีดสุดเอาไว้ ก่อนจะกระชากบัตรประจำตัวคืนมา

 

 

“ไม่ได้ปลูกเว้ย แต่เขียนมา เข้าใจหรือยัง ! เข้าใจแล้วก็หลีก !”

 

 

บ้าเอ้ย !!  ไม่เชื่อว่าเป็นบัตรเขาเพราะเขียนบนคิ้วมาเนี่ยนะ !  กวนประสาทตั้งแต่เจ้าของยันพนักงาน  ออสโมซิสเชื้อกันมาล่ะสิ เหอะ

 

 

 

 

 

 

ซองยอลกระแทกเท้าเดินเข้ามาภายในสถานบันเทิงด้วยอารมณ์ขุ่นมัวไม่หาย พลางชำเหลืองสายตาสอดส่องหาบุคคลที่เป็นเป้าหมายให้เขาแอบตามมาถึงสถานที่แห่งนี้  ไม่ได้เหยียบเข้าผับของคิมมยองซูก็สักพักใหญ่แล้วล่ะนะ

 

 

หลังจากเห็นลู่ทางในการตามทำคะแนนใหม่ที่ดูจะเข้าทางเขามากกว่าอย่างคาเฟ่บีสวีทออน (เจ้าของเดียวกับโทนาฟ เอ้ย ! ผับบีสวีท..บอกทำไม)  ก็ไม่ได้มาพบสังคมยามราตรีนานอยู่พอควรและผับนี้ก็ยังคงเหมือนเดิม..ลูกค้าเยอะยังไง ตอนนี้ก็ยังเยอะอย่างนั้น แถมดูเหมือนจะเยอะมากขึ้นกว่าแต่ก่อนด้วย โดยเฉพาะลูกค้าผู้หญิง

 

 

 

ตามกลิ่นคิมมยองซูมาละสิ

 

 

 

ซองยอลเบ้ปากให้กับบรรยากาศแสงสีเสียงอึกทึกที่ยังไม่ค่อยจะชิน สองขาเดินเบียดคนอื่นๆเข้าด้านในอย่างยากลำบาก พร้อมทั้งพยายามยืดตัวมองหาคิมมยองซู ส่วนสูงไม่ได้ช่วยให้เขามองเห็นได้ชัดกว่าคนทั่วไปเท่าไหร่ เพราะไอ้หัวกลมๆที่กำลังสะบัดไปสะบัดตามจังหวะเพลงของลูกค้าในร้านนี่แหละ

 

 

 

“เฮ้ ซองยอล ไม่เจอนานเลย” แรงสวมกอดคอจากด้านหลังอย่างคนคุ้นเคย ทำให้ซองยอลเสียการทรงตัวเล็กน้อยก่อนจะหันไปตามคำทักทาย

 

 

 

ใครวะ ? เป็นประโยคคำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อมองคนที่กำลังกอดคอเขาราวกับสนิทสนมกันมาชาติเศษ อีซองยอลจำไม่เห็นได้ว่าเคยรู้จักกับผู้ชายคนนี้นะ

 

 

 

เพื่อนดงอูกับโฮย่าเหรอ ? =_=

 

 

“อา..ไม่ได้เจอนายนานเหมือนกันนะ” ถึงจะสงสัยไม่หาย แต่เขาก็ไม่ใช่คนไร้มารยาททำลายความรู้สึกคนอื่นด้วยการถามว่า ‘เคยรู้จักกันเหรอ’  อะไรแบบนั้น .. ก็ตาม ๆ น้ำกันไปล่ะกัน

 

 

“คิดถึงลีลานายชะมัด”  หา !?  ผู้ชายคนนั้นยิ้มกระลิ้มกระเหลี่ยยกแก้ววอดก้าขึ้นมากรอกลงปากตัวเองก่อนจะยื่นมือมาหยิกแก้มของเขาแล้วเดินหายไปในฝูงคนนับสิบ ทิ้งให้เขายืนงงกับคำพูดเมื่อครู่ .. ลีลาอะไรวะ ! พูดจาสองแง่สามง่ามแถมมาจับเนื้อต้องตัวคนอื่นง่ายๆได้ยังไงกัน

 

 

แต่เรื่องนี้มันก็ไม่ใช่ประเด็นที่ซองยอลจะต้องมายืนคิดให้เสียเวลา ตอนนี้เขาควรหาคิมมยองซูให้เจอจะดีกว่า ถ้าคาดกันนานไปกว่านี้ หมอนั่นอาจจะหิ้วสาวหรืออาจจะโดนสาวสวยอึ๋มแถวนี้หิ้วไปก็เป็นได้ (อย่างแรกน่าจะมีความเป็นไปได้สูงกว่า)

 

 

แค่คิดก็รู้สึกหงุดหงิดอย่าบอกไม่ถูก จะว่าไปจริง ๆ แล้ว คิมมยองซูจะหิ้วหรือโดนหิ้วก็ไม่ใช่เรื่องอะไรที่ซองยอลจะต้องมาหงุดหงิดนี่หน่า มันเป็นเรื่องปกติของคนอย่างหมอนั่นอยู่แล้ว .. ถึงจะคิดแบบนั้นความหงุดหงิดก็ยังไม่หายไปอยู่ดี

 

 

ยังไงก็เถอะ เอาเป็นว่าวันนี้คิมมยองซูจะไม่ได้แอ้มสาวอย่างที่เคยๆก็แล้วกัน เพราะอีซองยอลคนนี้จะขัดขวางเต็มที่แน่นอน

 

 

ก็บอกว่าแล้วว่าจะทำให้มยองซูเป็นแฟนของเขา อย่าหวังว่าผู้หญิงคนไหนจะได้เข้าใกล้หมอนั่น ถ้าอีซองยอลยังไม่ได้มยองซูไปควงเย้ยแอลโจอ่ะนะ และถือว่าเป็นการแก้แค้นเรื่องวันนี้ไปในตัวด้วยที่แกล้งหลอกให้เขาเป่าแป้งจนหน้าขาวแบบนั้นน่ะ ! ต้องล้างหน้าล้างตากันยกใหญ่กว่าจะตามออกมาทัน

 

 

 

นึกแล้วความหงุดหงิดก็พุ่งปรี๊ดเหมือนปรอทวัดความร้อนที่หย่อนในกาต้ม

 

 

ดนตรีบีทหนักๆยังคงสร้างความสนุกกับนักท่องราตรีอย่างต่อเนื่องไม่เว้นจังหวะให้ได้หายใจ ผู้คนต่างปลดปล่อยความสนุกไปตามจังหวะที่กำลังบรรเลงอย่างเร้าใจบนฟอรล์ใหญ่ บ้างก็โยกย้ายไปกับกลุ่มเพื่อนที่มาแฮงค์เอาท์หลังเลิกงาน บ้างก็เดินคลอเคลียกันอยู่สองคนตามประสาคนรัก บางโต๊ะที่เขาเดินผ่านต่างก็ชนแก้วกันอย่างสนุกสนาน คงจะมีแต่อีซองยอลที่ผิดชาวบ้านชาวช่องเขา เดินดุ่มๆไม่สนใจแม้แต่เสียงเพลงอึกทึกเร้าใจนี่..เพราะต้องตามหาคน

 

 

“ว้าว วันนี้ซองยอลมาด้วยวะ” เสียงผิวปากดังลอดเสียงเพลงจากโต๊ะที่เจ้าของชื่อที่ถูกเอ่ยถึงกำลังเดินผ่าน

 

 

 

“มาเล่นเกมส์ช็อตกันไหมซองยอล โต๊ะเรากำลังขาดคนพอดีเลยนะ”

 

 

เป็นอีกคราวที่ซองยอลต้องขมวดคิ้วอย่างงุนงงหันกลับไปมองคำเอ่ยชวนของคนแปลกหน้า โต๊ะนี้ไม่ใช่โต๊ะแรกที่ชวนเขาเล่นเกมส์นี้ กลุ่มผู้ชายหลายสิบคนที่กำลังนั่งชนแก้วกันอย่างเมามันส์พร้อมกับแก้วช็อตที่ตั้งเรียงเป็นสิบใบ หันมามองทางเขาแล้วส่งยิ้มชวนน่าขนลุกมาให้

 

 

ภาพความทรงจำในวันที่มาเจอดงอูและเพื่อนเมื่อครั้งก่อนลอยวาบเข้ามาภายในหัวสมอง แก้วช็อตหลายสิบใบกำลังกระตุ้นความทรงจำให้นึกถึงขึ้นมาอีกครั้ง..ไอ้เกมส์ช็อตที่เขาเคยสร้างวีรกรรมเอาไว้ กำลังผุดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

 

 

จำได้เลือนรางว่าคราวนั้นเขาไปขุดเอาความกล้าจากไหนไม่รู้ ลุกขึ้นเต้นเซ็กซี่ตามคำสั่งของดงอู อาจจะเพราะอยากทำให้แอลโจเห็นว่าเขาเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ก็ต้องการล่อให้แอล(ไอ้เด็กคิมมยองซู)ปรากฏตัวออกมาอะไรเทือกๆนั้นละ เล่นเอาคนทั้งผับมารุมดูและส่งเสียงเชียร์อย่างสนุกสนาน

 

 

 

เอ๊ะ ? หรือว่าเพราะวีรกรรมคราวนั้นวะ ทำให้มีคนแปลกหน้าหลายต่อหลายคนทักทายเขาตั้งแต่ย่างก้าวเข้ามาในผับแห่งนี้…อีซองยอลหลายเป็นคนดังเพราะเกมส์ช็อตเหรอเนี้ย !

 

 

 

“ไม่ดีกว่าน่ะ ฉันไม่ว่าง” ซองยอลปฎิเสธคำชวนเป็นโต๊ะที่สาม เตรียมจะก้าวเดินหนี .. ผู้ชายหลายสิบคนกับรอยยิ้มน่าขนลุก สัญญาณเตือนอันตรายกำลังกู่ร้องในหัวของเขา ยิ่งวันนี้เขาฉายเดียวไร้เพื่อนอย่างดงอู โฮย่าและน้องชายสุดแสบอย่างซองจง ก็ต้องหลีกห่างคนน่ากลัวอย่างผู้ชายกลุ่มนั้นให้มากที่สุด

 

 

 

รีบตามหาคิมมยองซูให้เจอจะดีกว่า

 

 

 

“หาแอลอยู่ใช่ไหมล่ะ” ซองยอลหันขวับไปมองทางเดิมอีกรอบ หนึ่งในกลุ่มนั้นพูดขึ้นพร้อมกับยกยิ้มอย่างมีเลศนัย .. เขาไม่แปลกใจที่ผู้ชายคนนั้นจะรู้จักแอลหรือคิมมยองซู เพราะหมอนั่นเป็นเจ้าของผับก็คงต้องเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว แต่เขาสงสัยว่า ...

 

 

 

รู้ได้ยังไงว่าเขากำลังตามหาคิมมยองซู

 

 

“ไม่ต้องสงสัยหรอกว่าฉันรู้ได้ยังไง ใครๆเขาก็รู้ว่านายน่ะเด็กแอล” เขาเนี่ยนะ ? เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าคิมมยองซูน่ะ...เด็กกว่าอีซองยอลคนนี้ซะอีก !

 

 

ซองยอลขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่ไว้ใจ…มีคนมาทักมากหน้าหลายตา แถมยังรู้ว่าเขาตามหาคิมมยองซูอีก มันน่าไว้ใจได้ที่ไหน

 

 

 “ฉันรู้ว่าแอลอยู่ไหน จะบอกให้เอาไหม แลกกับนายต้องดื่มวอดก้าขวดนี้ ... หมดขวด” อยู่ๆ ผู้ชายคนนั้นก็ยื่นข้อเสนอมาให้ ซองยอลมองขวด Absolut vodka ขนาดเล็กสีขาวขุ่นเลื่อนมาข้างหน้าราวกับกำลังรอคำตอบรับของเขา

 

 

ข้อเสนอมันน่าสนใจไม่น้อยแลกกับเขาไม่ต้องเดินเบียดคนมากมายเพื่อตามหาคิมมยองซูอย่างไร้จุดหมายในสถานที่ที่มีผู้คนมากหน้าหลายตากำลังสนุกสุดเหวี่ยงไปกับเสียงเพลง มีตัวช่วยบอกทางเขามันก็ดูเป็นทางเลือกที่ดีไม่ใช่น้อย แต่ถึงมันจะน่าสนใจ ก็ใช่ว่าเขาจะทำตามข้อเสนอนั้นได้ .. เขาไม่ใช่คนดื่มเก่งถึงขนาดกรอกวอดก้าเพรียวๆเป็นขวดๆลงคอได้โดยปราศจากอาการเมา ชั่งใจระหว่างข้อเสนอกับขวดวอดก้าในใจเงียบอยู่สักพักนึงก่อนจะตัดสินใจจับขวดสีขาวขุ่นนั้นมาไว้ในมือ เรียกเสียงโห่ร้องได้จากคนทั่วทั้งโต๊ะเหมือนครั้งที่เขาถูกสั่งให้ลุกขึ้นไปเต้นในวันนั้นไม่มีผิด

 

“ฉันดื่มแน่ .. แต่นายต้องบอกมาก่อนว่าแอลอยู่ไหน”

 

 

“ดื่มตามกติกาก่อนสิ แล้วจะบอก” ซองยอลส่งเสียงขัดเคืองอยู่ในลำคอ..ต้องดื่มจริงๆใช่ไหม

 

 

มือเรียวสวยกำขวดวอดก้าไว้แน่นก่อนจะค่อยๆยกขึ้นมาจรดริมฝีปากอิ่ม ดวงตาหวานสวยเหลือบมองผู้ชายกลุ่มนั้นอีกครั้ง อีซองยอลกำลังถูกจับจ้องเป็นจุดสนใจเดียวของคนทั้งโต๊ะรวมถึงโต๊ะข้างๆด้วย มาผับนี้ได้เรื่องได้วีรกรรมทุกทีสิหน่า !

 

 

ฮึดฮัดอยู่ในใจเล็กน้อยก่อนจะหลับตาแน่นเตรียมรับรสของวอดก้า แต่ทว่า ...

 

 

มือที่เคยจับขวดวอดก้าไว้แน่นนั้นถูกฉกฉวยไปจากใครบางคนพร้อมกับเสียงร้องอย่างตกใจเบาๆจากกลุ่มคนบนโต๊ะนั้น จนซองยอลต้องลืมตาขึ้นมามองว่าใครเป็นคนเข้ามาช่วยให้เขารอดพ้นการกรอกวอดก้าเพรียวๆลงคอ

 

 

แกร๊ง ! เสียงขวดวอดก้ากระทบโต๊ะเนื้อแก้วใสดังลอดผ่านเสียงเพลง ถึงจะดังไม่เท่าแต่ก็ดังพอจะได้ยินชัดเจนทั่วบริเวณนั้น

 

 

“จะมอมเหล้าใคร..ก็หาข้อเสนอที่มันดีกว่านี้หน่อย อย่าเอาชื่อฉันไปเกี่ยวข้องจะดีกว่า” ซองยอลเบิกตากว้างอย่างเมื่อรู้ว่าคนข้าง ๆ คือใคร...บทจะโผล่มาให้เจอก็ซะเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน

 

 

ถึงแสงจะสลัวตาจนแทบมองไม่เห็นใบหน้าได้ชัดเจน แต่เขามั่นใจว่าจมูกเขาไม่มีทางรับกลิ่นผิดเพี้ยน กลิ่นหอมสบายๆแต่แอบซ่อนความเซ็กซี่ไว้ CALVIN KLEIN Euphoria กลิ่นที่ดึงดูดให้หลงใหล กว่าจะเรียกสติให้กลับมาได้ก็ถูกมือของคนคนนั้นฉุดให้เดินตามไป

 

 

“คะ..คิมมยองซู”

 

 

“ทีหลังอย่ารับแก้วเหล้าของคนอื่นมั่วซั่วแบบนี้อีก..หัดระมัดระวังตัวเองหน่อยซองยอล” เจ้าของอุ้งมือนั้นกระชับมือเขาให้แน่นขึ้น อุ่นไอร้อนแผ่ซ่านทั่วฝ่ามือ ทั้งน้ำเสียงและคำพูดทำให้ข้างในรู้สึกหวิวไปหมด

 

 

ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก เมื่อมือ