lcheshirex View my profile

[ FIC ] Be sweet on.♡ 11th {♥ Myungyeol}

posted on 31 May 2013 23:55 by cheshirexx in INFINITE directory Fiction
 
Be sweet on.


m y u n g y e o l

 

 

 

 

 

11th


 

 

[อีซองยอล ! นายอยู่ที่ไหน ! อยู่กับไอ้คิมมยองซูหรือเปล่า !?]

 

 

 เสียงเกรี้ยวโกรธดังลอดผ่านโทรศัพท์ออกมาจนเจ้าของต้องยกสายออกให้ห่างจากใบหู ซองยอลทำสีหน้าไม่สู้ดีเมื่อนึกภาพอารมณ์ของคนในสาย หากเขาอยู่ต่อหน้าพี่ชายตอนนี้อาจได้ตายคามือเป็นแน่ แต่ดูจากน้ำเสียงแล้ว...กลับไปถึงร้านอีซองยอลก็ไม่น่ารอด

 

 

 “ผ-ผมกำลังกลับ”

 

 

[กำลังกลับ ! กำลังกลับของนายนี่คืออยู่ส่วนไหนของประเทศ … หายออกไปไม่มีบอกใครสักคน  ไม่คิดว่าคนอื่นเขาตกใจเลยใช่ไหม...แล้วนี่หายไปพร้อมคิมมยองซู อย่าบอกนะว่าไปกับมัน !] 

 

 

น้ำเสียงที่ลอดออกมามันดังพอที่จะทำให้คนที่กำลังขับรถอยู่ได้ยินอย่างชัดเจน  ซองยอลถอนหายใจก่อนจะเหลือบมองด้านคนขับเล็กน้อย ซึ่งเขาเห็นว่ามยองซูขมวดคิ้วเล็กน้อยและแสดงความไม่พอใจออกมาด้วยการเร่งความเร็วของอัตรารถขึ้นจากเดิมจนซองยอลตั้งตัวไม่ทัน

 

 

 “พี่หยุดบ่น ! ผมกำลังกลับ แค่นี้นะ” ซองยอลตัดสินตัดสายนั้นเสียก่อนมันจะเลยเถิดไปกันใหญ่

 

 

รถยนต์สีดำสนิทแล่นไปบนถนนทอดยาวเงียบสงัดมุ่งตรงกลับเข้าสู่เมืองหลวงด้วยความเร็วที่ซองยอลเองก็ไม่สามารถบอกอัตราของมันได้ เขาไม่กล้าขยับตัวไปมากกว่าการนั่งยึดสายเบลท์ไว้แน่น อารมณ์ของผู้ที่กำลังขับเคลื่อนรถคันนี้กำลังทำให้ซองยอลกลัว  บรรยากาศภายในรถดูเงียบผิดปกติจนทำให้เขานึกหาสาเหตุว่ามันขึ้นเพราะอะไร...เพราะพี่ชายของเขาที่โทรมาวีนมาบ่นจนน่ารำคาญหรือเพราะบางสิ่งบางอย่างในข้อความนั้นกันแน่

 

 

ซองยอลสังเกตเห็นความผิดปกตินี้ หลังจากที่มยองซูเปิดดูข้อความบางอย่างที่ส่งมา ทุกอย่างดูเปลี่ยนแปลงไปทั้งสีหน้า อารมณ์หรือแม้แต่...การกระทำ คำถามที่ซองยอลอยากได้คำตอบก่อนหน้านี้ได้ถูกทิ้งไว้ที่ทะเลนั่นก่อนที่เขาจะโดนลากให้ขึ้นรถอย่างรวดเร็ว  ซองยอลไม่เข้าใจว่าทำไมมยองซูต้องมีท่าทีแปลกไป เหมือนกำลังมีเรื่องให้คิดในหัวสมองมากมายจนลืมเรื่องของเขา...อยากจะถามแต่ก็ไม่กล้าเปิดปากพูดออกไปเพราะอารมณ์ที่เดาไม่ออกของคิมมยองซูกำลังทำให้อีซองยอลหวั่นใจ

 

 

ตลอดทางจนถึงหน้าร้านก็ยังไม่มีประโยคสนทนาเกิดขึ้นระหว่างเขากับมยองซู ทันทีที่รถจอดสนิทคิมมยองซูก็รีบเดินลงจากรถโดยไม่สนใจอีซองยอลเลยสักนิด มันยิ่งเพิ่มความสงสัยมากขึ้นไปอีก ทั้งสงสัย ทั้งสับสน ทั้งรู้สึกแปลบในใจปะปนกันไปอย่างบอกไม่ถูกกับท่าทีของมยองซู

 

 

...จะเอายังไงกันแน่

 

 

มยองซูรีบเร่งเดินให้ถึงภายในร้านให้เร็วที่สุดราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังรอเขาอยู่ แต่ยังไม่ทันได้ก้าวพ้นเข้าไปในตัวร้าน ใครบางคนก็ปาดหน้าเข้ามาขวางไว้ด้วยใบหน้าขึงขัง ซองกยูตรงเข้าไปคว้าคอเสื้อมยองซูอย่างเอาเรื่องทันทีที่เห็นว่าน้องชายของเขาก้าวลงจากรถพร้อมไอ้เด็กกวนประสาทก่อนจะเปิดปากตวาดด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว

 

 

“พาน้องฉันไปไหนมาคิมมยองซู  ! ”

 

 

“ผมเคยบอกว่าลุงว่ายังไง...ผมก็ทำตามนั้นนั่นแหละ” ท่าดุ้นกระพุ้งแก้มอย่างกวนประสาทประกอบคำพูดนั้นทำเอาซองกยูเลือดขึ้นหน้า

 

 

“มยองซู ! แกอยากมีเรื่องกับฉันใช่ไหม ! ”

 

 

“ฮึ...ลุงคิดว่าถ้าผมพาหนีจริงๆ ผมจะพากลับมาไหมล่ะ ? ”

 

 

ซองกยูกระชากคอเสื้อของมยองซูหนักขึ้น จ้องมองอย่างเอาเรื่อง อยากจะต่อยหน้าหล่อๆกวนประสาทนั่นสักหมัดสองหมัด เขาไม่คิดว่าคิมมยองซูจะทำจริงเรื่องที่ว่าจะพาซองยอลหนี มันทำให้เขาเหลืออดและคิดว่าจะไม่ให้น้องชายทำงานในร้านนี้อีกต่อไป...เพราะเขาไม่ไว้ใจคิมมยองซูสักวินาทีเดียว ยิ่งซองยอลได้ใกล้ชิดกับเด็กคนนี้มาเท่าไหร่ เขามั่นใจว่าซองยอลต้องเผลอไผลไปกับมยองซูมากแน่ๆ และน้องเขาอาจต้องเสียใจภายหลัง

 

 

เพราะในความคิดเขา...คิมมยองซูไม่ได้คิดจริงจังกับอีซองยอลเลยสักนิด 

 

 

“ฉันขอบอกนายไว้ครั้งสุดท้าย…หยุดการกระทำแบบนี้ ถ้าไม่ได้คิดอะไรกับซองยอล” มยองซูไม่ตอบทำเพียงยกมุมปากเล็กน้อยจ้องมองซองกยูกลับอย่างไม่เกรงกลัวและท้าทาย

 

 

“พี่ซองกยูจะทำอะไรน่ะ”

 

 

ซองยอลที่เพิ่งตามมาทีหลังเอ่ยถามเสียงดังอย่างตื่นตระหนก เมื่อเห็นพี่ชายของตัวเองกำลังทำท่าเหมือนจะมีเรื่องกับมยองซู เขารีบเดินเข้ามาดูสถานการณ์ก่อนมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ มยองซูเหลือบมองไปทางต้นเสียงเล็กน้อยก่อนจะปัดมือซองกยูออกออย่างแรง จนอีกคนอารมณ์ขึ้นเข้าไปคว้าคอเสื้ออีกครั้ง

 

 

“พี่หยุดนะ !” ซองยอลดึงแขนซองกยูให้ปล่อยจากการรุกรานมยองซูจนพี่ชายของเขายอมปล่อยอีกคนให้เป็นอิสระแต่ยังไม่เลิกจ้องมองอย่างโกรธเคือง ทั้งสองจ้องกันอย่างไม่มีใครยอมใครอยู่สักพักก่อนที่ซองกยูจะเปลี่ยนเป้าหมายมายังเขา

 

 

“หนีไปกับมันมา สนุกมากไหมซองยอล”

 

 

“มยองซูแค่พาผมออกไปสูดอากาศเท่านั้น  มันไม่เป็นแบบที่พี่คิด”

 

 

“แล้วรู้หรือไงว่าพี่คิดแบบไหน !  พี่อนุญาตให้นายทำงาน...ไม่ใช่อนุญาตให้นายตามผู้ชายคนนี้ไปไหนต่อไหน !”

 

 

ซองกยูตวาดลั่นจนซองยอลสะดุ้ง เขาไม่เคยเห็นพี่ชายโกรธเขาหนักขนาดนี้ มากสุดก็แค่บ่นตามภาษาเท่านั้น แต่นี่ดูโกรธเคืองเหมือนเขาทำผิดมากมายเสียอย่างนั้น ทั้งๆที่มันไม่ได้มีอะไรเลยด้วยซ้ำ ถึงจะไม่เข้าใจพี่ชายว่าทำไมต้องโกรธโมโกขนาดนี้ แต่สิ่งที่ออกจากปากซองกยูนั้นก็ทำให้ซองยอลไม่สามารถทนอยู่เฉยได้

 

 

“ทำไมพี่พูดแบบนี้...มยองซูแค่พาผมออกไปผ่อนคลาย ทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต”

 

 

“อยู่ๆนายก็หายตัวไปกับมยองซู หมอนั่นไม่ได้น่าไว้ใจเลยสักนิด จะไม่ให้ทำเป็นเรื่องใหญ่โตได้ยังไง ! ”

 

 

“มยองซูไม่ใช่ผู้ร้ายนะครับ ! พี่หยุดจับผิดเขาเสียที”

 

 

“นายแก้ตัวแทนหมอนั่นเหรอ มยองซูไม่ผิดเลยสินะ ! ! ”

 

 

“ผมไม่ได้แก้ตัวแทนใครทั้งนั้น...พี่หยุดยุ่งกับเรื่องของผมเสียที ! พี่รู้ไหมว่าผมอึดอัดที่ต้องอยู่ในสายตาพี่ตลอดเวลา...พอซะทีเถอะครับ ให้ผมได้ตัดสินใจด้วยตัวเองบ้าง” ยิ่งพูด ยิ่งเถียง อารมณ์ของทั้งสองฝ่ายก็ยิ่งปะทุเพิ่มมากขึ้นจนซองยอลเริ่มทนไม่ไหวได้เผลอถ้อยคำร้ายกาจไปอย่างไม่ทันยั้งคิด

 

 

คนฟังได้แต่นิ่งอึ้งและเหมือนมีก้อนสะอึกจุกอยู่ตรงลำคอเมื่อได้ยินถ้อยคำที่น้องชายเอ่ยออกมา ซองกยูขบกรามแน่นสกัดกลั้นความรู้ภายในอกกำลังตีขึ้นมาจนแทบควบคุมไม่ไหว ทั้งโมโห ทั้งน้อยใจ ทั้งเสียใจและ...เสียความรู้สึก

 

 

ไม่เคยมีสักครั้งที่ซองยอลจะพูดจาร้ายกาจแบบนี้ใส่เขา ไม่ว่าเขาจะบ่นจะสั่งสอนหนักมากแค่ไหนก็ตาม จนมาถึงเรื่องนี้เท่านั้น...เรื่องคิมมยองซูที่ซองกยูคิดว่ามันทำให้น้องชายของเขาเปลี่ยนไป ทำไมซองยอลถึงมองไม่เห็นที่สิ่งเขามอบให้ว่าที่ทำไปเพราะอะไร...ถ้าไม่ใช่เพราะรักและเป็นห่วง สิ่งเหล่านั้นที่เขามีให้น้องชายตลอดมา ตอนนี้มันกลับถูกมองเป็นเรื่องน่าอึดอัด น่ารำคาญใจ

 

 

อีซองยอล...หลงรักคิมมยองซูไปมากมายแล้วใช่ไหม ถึงไม่เชื่อเขาเลยสักนิด

 

“ถ้านายต้องการแบบนั้น...พี่ก็ไม่มีอะไรจะพูด อยากทำตามใจตัวเองแค่ไหนก็เชิญ” ซองกยูสบตาน้องชายครั้งสุดท้ายราวกับจะบอกว่าความรู้สึกภายในให้รับรู้...ว่าเขาเสียความรู้สึกมากแค่ไหน

 

“ที่พี่ทำไป ก็แค่เป็นห่วงน้องชายที่พี่รักเท่านั้น ถ้าเมื่อไหร่ที่นายเสียใจกับการตัดสินใจด้วยตัวเอง อยากให้รู้ไว้ว่าคนที่จะอยู่เคียงข้างนายเสมอ...ก็คือพี่” ทิ้งท้ายไว้และตัดสินใจเดินออกจากที่ตรงนั้น

 

เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าจนรู้สึกเย็นเยียบไปทั่วร่างกาย ซองยอลได้แต่ยืนนิ่งปล่อยให้หัวสมองกดกรอถ้อยคำทิ้งท้ายของพี่ชายซ้ำไปซ้ำมา ริมฝีปากบางขบกัดแน่นอย่างรู้สึกผิด ความรู้สึกเสียใจกับคำพูดของตัวเองแทรกซึมขึ้นมาภายในจิตใจ ซองยอลเพิ่งรู้สึกตัวว่าได้ทำร้ายพี่ชายตัวเองอย่างร้ายกาจด้วยคำพูดไม่ยั้งคิด…แต่อีซองยอลไม่ได้ทำอะไรผิด เขาแค่ต้องการอิสระในการตัดสินใจเท่านั้น

 

 

“เกิดอะไรขึ้น..”

 

 

นัมอูฮยอนที่ได้ยินเสียงเอะอะหน้าร้านดังอยู่พักใหญ่จึงลองเดินออกมาดูและก็ต้องได้พบกับบรรยากาศมาคุรอบบริเวณ ซองยอลที่ยืนนิ่งมีสีหน้าซีดเหมือนคนกำลังเสียใจ มยองซูที่ยืนกอดอกพิงกำแพงมองซองยอลสลับกับอีกคนที่หันหลังกำลังเดินออกไปไกลเรื่อยๆ...ซองกยู

 

 

ในนาทีนี้อูฮยอนสามารถเดาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างไม่ยาก เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ เดินไปผลักหัวไอ้ตัวปัญหาที่ยืนเก็กนิ่งๆตรงกำแพงหนึ่งทีระบายความหงุดหงิดที่เขาไม่สามารถลงโทษคิมมยองซูได้รุนแรงกว่านี้ ก่อนจะตัดสินใจวิ่งตามซองกยูไป...นัมอูฮยอนต้องเหนื่อยอีกแล้ว

 

 

ซองยอลมองอูฮยอนที่วิ่งตามพี่ชายตัวเองออกไป ก็ยิ่งรู้สึกผิดที่เขาไม่กล้าพอจะตามซองกยูออกไปปรับความเข้าใจเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ทำให้อูฮยอนต้องเดือดร้อนครั้งแล้วครั้งเล่า ดวงตาสวยหลับลงเหมือนต้องการปิดกลั้นสิ่งต่างๆที่กำลังประเดประดังเข้ามา...ทำไมเรื่องทุกอย่างต้องมาวุ่นวายพร้อมๆกันในเวลานี้ด้วยทั้งแอลโจ ทั้งพี่ซองกยูและมยองซู...อีซองยอลจะรับมันได้อีกนานแค่ไหน เขาหลับตาอย่างนั้นอยู่สักพักก่อนที่อยู่ๆมืออุ่นๆของใครบางคนจะเคลื่อนมากุมมือของเขาเอาไว้ 

 

 

ซองยอลค่อยๆลืมตาขึ้นและพบว่าเป็นคิมมยองซูที่กำลังส่งมอบความรู้สึกบางสิ่งแทนคำพูดผ่านสัมผัสอุ่นบนฝ่ามือให้แก่เขา ดวงตาคมสบมองอย่างมีความหมายเหมือนต้องการปลอบใจเขาว่าไม่เป็นไรนะ...ซองยอลระบายยิ้มออกมาเล็กน้อย ความสงสัยในท่าทีที่แปลกไปของมยองซูได้ถูกกลืนหายไปพร้อมกับสัมผัสนี้

 

 

“ถ้าวันนี้ไม่อยากกลับบ้าน ก็ค้างที่นี่เหมือนคืนนั้นก็ได้” มยองซูบอกขณะพาซองยอลเดินเข้าไปในร้าน สถานการณ์ระหว่างซองยอลและพี่ชายไม่สู้ดีเท่าไหร่ เขาจึงเสนอทางเลือกให้แก่ซองยอล

 

 

“แล้วนายจะอยู่เป็นเพื่อนฉันเหมือนคืนนั้นไหม”

 

 

“ถ้านายอยากให้อยู่...ฉันก็จะอยู่” เผยรอยยิ้มมุมปากก่อนจะยกมือเรียวขึ้นประทับรอยจูบลงไปเบาๆบนหลังมือ แค่นั้นก็ทำให้เลือดขึ้นมาซูบฉีดบนใบหน้าหวานได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

 

สายตาของมยองซูที่กำลังสบมองกับการกระทำต่างๆทำให้ซองยอลอยากจะถามซ้ำคำถามเดียวกับตอนที่อยู่ทะเลอีกครั้ง เขายังอยากได้คำตอบให้แน่ชัดว่า เราทั้งคู่คิดแบบเดียวกันหรือไม่  ...ถ้าได้คำตอบ บางทีพี่ชายของเขาอาจจะยอมรับและเลิกเป็นห่วงในเรื่องนี้เสียที

 

 

 “นายคิดยังไงกับฉัน..มยองซู”

 

 

แววตาจริงจังสบมองคิมมยองซูซึ่งอีกคนไม่มีท่าทีว่าจะตอบคำถามออกมา ทำเพียงยกยิ้มตามแบบฉบับแล้วพาให้เขาเดินหน้าต่อจนถึงในร้าน ซองยอลกัดริมฝีปากแน่นและตัดสินใจจะเอ่ยถามอีกครั้ง

 

 

“ฉันอยากรู้ นายคิดยังไงกับฉะ...โอ้ย ! จะหยุดทำไมไม่บอกกันบ้างเล่า”

 

 

คนที่กุมมือพาเขาเดินได้หยุดลงอย่างกะทันหันทำให้ซองยอลชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างๆนั้นอย่างจัง เขายกมือขึ้นลูบหน้าผากที่ชนเบาๆ ก่อนจะสังเกตเห็นว่าอีกคนไม่มีท่าทีว่าจะเดินต่อ มยองซูเอาแต่ยืนนิ่งและมองไปเบื้องหน้า ทำให้ซองยอลต้องมองตามอย่างแปลกใจ

 

 

มยองซูมองภาพเบื้องหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา ความรู้สึกในวันวานกำลังหวนกลับเข้ามาภายในจิตใจก่อนที่ร่างของเขาจะเซตามแรงโผเข้ากอดของใครบางคนใน ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเหมือนหยุดนิ่งไปชั่วขณะ เขาได้แต่ยื่นนิ่งอยู่แบบนั้นในอ้อมกอดที่คุ้นเคย

 

นัมจูฮยอนกลับมาแล้วจริงๆ 

 

“มยองซูอา…คิดถึงจัง”  มยองซูขบกรามแน่นก่อนที่มือของจะค่อยๆปล่อยมือของใครอีกคนที่กำลังกุมเอาไว้ออก...และสวมกอดร่างบางตรงหน้า

 

 

“ผมก็คิดถึงพี่”

 

 

ถ้อยคำบอกคิดถึงเหล่านั้นคงดังก้องในโสตประสาทของคนทั้งคู่และมันคงรวมถึงอีซองยอลด้วย เขาได้แต่ยืนนิ่งมองมือของตัวเองที่ถูกปล่อยทิ้งไว้เบื้องหลังสลับกับภาพคนสองคนกอดกันตรงหน้าอาการปวดหนึบแล่นไปทั่วบริเวณอกด้านซ้ายเหมือนมีอะไรบางอย่างมาบีบหัวใจของเขา...ภาพเหล่านั้นมันกำลังทำให้อีซองยอลรู้สึกแย่

 

 

รอยสัมผัสของมยองซูบนมือกำลังค่อยๆจางหายไปพร้อมกับความเข้าใจแล้วว่า...ท่าทางที่เปลี่ยนไปของมยองซูก่อนหน้านี้เกิดขึ้นเพราะอะไร