lcheshirex View my profile

[ FIC ] Be sweet on.♡ 12th {♥ Myungyeol}

posted on 14 Jun 2013 21:22 by cheshirexx in INFINITE directory Fiction

 

 

be sweet on. 

myungyeol

 

 

 


 

12th

 

มีอยู่ไม่กี่คนที่สามารถทำให้อารมณ์หงุดหงิดของอีซองยอลอยู่ในขั้นที่เรียกวิกฤต ถ้าไม่นับน้องชายสุดแสบอย่างอีซองจงหรือเพื่อนสนิททั้งสองคนอย่างจางดงอูและอีโฮวอน ก็คงมีคิมมยองซูคนเดียวที่สามารถทำให้ซองยอลอยู่ในสภาวะนั้นได้ นับถอยหลังไปเมื่อประมาณสามสิบนาทีก่อนหลังจากที่เขาประกาศกร้าวใส่มยองซูว่า ‘ถ้าไม่สามารถตอบคำถามของเขาได้ ก็ไม่สิทธิ์แสดงท่าทีหึงหวงอะไรทั้งสิ้น’ อีซองยอลก็เดินหนีพร้อมดึงถาดเสิร์ฟคาปูชิโนปั่นของแอลโจกลับมาด้วย เขาไม่สนใจว่ามยองซูจะแสดงสีหน้าแบบไหนหรือมีท่าทางหงุดหงิดยังไง ตอนที่เขาเป็นคนเอากาแฟปั่นแก้วนั้นไปเสิร์ฟเองและนั่งคุยต่อที่โต๊ะของแอลโจ ซองยอลรู้เพียงว่าสิ่งที่เขาพูดออกไปนั้นถือเป็นคำขาด ถ้าหากมยองซูยังจัดการหาคำตอบมาตอบเขาไม่ได้

 

 

อีซองยอลไม่ชอบความคลุมเครือ ในเมื่อเขาได้คำตอบที่แน่ชัดให้กับใจของตัวเองได้ คนที่ชี้นำคำตอบนั้นให้เขาอย่างคิมมยองซู ก็ต้องหาคำตอบให้กับตัวเองได้เหมือนกัน ถึงแม้ว่าในใจอีซองยอลจะเข้าข้างตัวเองไปแล้วเล็กน้อยว่าคิมมยองซูคงคิดแบบเดียวกันบ้าง ไม่งั้นคงไม่มีอาการหึงหวงเขาหรอก จริงไหม ? แต่...มันติดตรงที่ว่าท่าทางและการกระทำที่มีต่อนัมจูฮยอน มันเหมือนมีอะไรบางสิ่งที่พิเศษต่างไปจากคนอื่นเช่นกัน

 

 

ความไม่แน่ชัดนั้นทำให้อีซองยอลหงุดหงิดเข้าขั้นวิกฤต จนถึงตอนที่เขาอาสาอูฮยอนไปซื้อวัตถุดิบที่จวนเจียนจะหมดสต็อกเข้าร้านเพื่อเป็นการหนีไปสงบจิตใจตัวเอง ความหงุดหงิดที่ยังไม่จางหาย มีท่าทีว่าจะยิ่งมากขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อแผนหนีไม่เป็นไปตามที่คิดไว้…

 

 

“อ๊า ! นมสดกับผงโกโก้จะหมดแล้วหรอเนี่ย คิบอมช่วยเช็คดูหลังร้านทีว่ามีวัตถุดิบอะไรใกล้หมดแล้วบ้าง ฉันจะได้ออกไปซื้อมาทีเดียว”

 

 

อูฮยอนวานพนักงานคนสนิทอย่างคิมคิบอมขณะที่กำลังง่วนกับการทำโกโก้ร้อนให้ลูกค้า ซองยอลที่เห็นว่าในร้านกำลังวุ่นวายได้ที่กับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆในช่วงเวลาใกล้เย็นหลังโรงเรียนเลิก เขาเองที่ว่างงานและกำลังหงุดหงิดใจที่จะอยู่ในร้านแล้วเห็นภาพไม่พึงประสงค์จึงอาสาไปซื้อของเข้าร้านให้แทน ซึ่งอูฮยอนก็ลังเลใจที่จะยกหน้าที่นี้ให้กับเขา ถามย้ำอยู่หลายทีว่ามั่นใจว่าเลือกวัตถุดิบเป็น มั่นใจว่าจะซื้อตามจำนวนได้ครบ จากที่หงุดหงิดเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเลยเผลอถอนหายใจอย่างแรงใส่อูฮยอนไปหนึ่งที นึกขอโทษอยู่ในใจ แต่คาดว่าเจ้าตัวคงไม่รู้ว่าเขาพาลใส่ เขาตอบอย่างหนักแน่นกลับไปว่าโตพอจะทำเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ได้แล้ว อูฮยอนถึงยอม

 

 

“งั้นรอลิสต์รายการที่ต้องซื้อจากคิบอมก่อนแล้วค่อยไป ฝากด้วยนะซองยอล ฉันหัวหมุนจะบ้าแล้ว” อูฮยอนเบะปากเหมือนจะร้องไห้ก่อนจะรีบเร่งมือทำโกโก้ร้อนไปพร้อมๆกับคนชาเชียวนม...วุ่นวายน่าดูชม

 

 

เขายืนรอรายการจากพี่คิบอมแถวๆประตูทางเข้าร้าน เพื่อลิสต์รายการมาถึงมือจะได้รีบออกไปที่แห่งนี้ หลีกเลี่ยงที่จะไม่ต้องทนมองภาพบางภาพให้ความหงุดหงิดและความเจ็บแปลบข้างในใจเพิ่มขึ้น จนลิสต์รายการมาถึง...แผ่นกระดาษสีขาวที่ยาวเหยียดจนต้องอ้าปากค้าง ทำให้ซองยอลแอบหวั่นใจว่าจะทำหน้าที่ผิดพลาดหรือไม่ เพราะหลายการที่ต้องซื้อมันมากเหลือเกิน

 

 

“ไปคนเดียวไหวหรือเปล่าซองยอลลี่” คิบอมเองยังนึกหวั่นว่าพนักงานรุ่นน้องจะไหวหรือเปล่า เพราะมันเป็นครั้งแรกของซองยอลกับการจับจ่ายซื้อของให้ร้าน

 

 

“คิดว่านะ...” ตอบออกไปทั้งๆที่ไม่มีความมั่นใจ ซึ่งอีกฝ่ายก็คงดูออกจึงกังวลอยู่มาก

 

 

“อา ฉันก็ไม่มีเวลาไปช่วยด้วยสิ ไม่มีใครดูพายแอปเปิ้ลที่กำลังอบอยู่เป็นเลย ใครจะไปกับนายได้มั่งเนี่ย”

 

 

 คิบอมทำท่าคิดอยู่สักพักก่อนจะตัดสินใจตะโกนถามผู้จัดการร้านอย่างนัมอูฮยอนว่ามีใครพอจะว่างไปเป็นเพื่อนซองยอลไหม อูฮยอนขมวดคิ้วพลางนึกแต่ก็ต้องส่ายหัวเมื่อนึกแล้วก็นึกไม่ออกเพราะทุกคนกำลังมีหน้าทีของตัวที่ต้องทำตัวเป็นระวิง ทั้งอูฮยอนและคิบอมต่างคิดไม่ตกว่าจะให้ใครไปช่วย ซึ่งซองยอลเองก็รู้สึกลำบากใจที่ต้องให้ทั้งสองคนกังวล จึงจะบอกว่าไม่ต้องหาใครไปเป็นเพื่อนตนแล้ว แต่ทว่าเสียงของใครบางคนเสนอตัวอาสาไปเป็นเพื่อนซองยอลเสียก่อน

 

 

“ให้พี่ไปช่วยไหมนามูอา” จูฮยอนบอกอาสาขณะกำลังนั่งคุยกับมยองซูอยู่ในละแวกใกล้ๆเหตุการณ์

 

 

“จะดีเหรอครับ พี่เพิ่งกลับมายังไม่ค่อยคุ้นกับที่ทางในเกาหลีนี่นา”

 

 

“ไม่เป็นไรหรอกน่า พวกนายยุ่งๆกัน พี่ก็อยากช่วยนะ แล้วอีกอย่างซองยอลไปคนเดียวคงถือไม่ไหวแน่ๆ”

 

 

“เอางั้นก็ได้…ซองยอลไปกับพี่จูฮยอนนะ”

 

 

ซองยอลเบิกตากว้างอ้ำๆอึ้งๆมองอูฮยอนสลับกับคนที่อาสาไปเป็นเพื่อน ก่อนที่เขาจะได้รอยยิ้มใจดีจากนัมจูฮยอนกลับมาแทน อยู่ๆจะให้ไปกับคนที่ไม่เคยคุยแถมยังรู้สึกไม่ชอบหน้าด้วย มันเป็นความคิดไม่เข้าท่าเลยสักนิดเดียวในความคิดซองยอล แต่ให้ปฏิเสธกันตรงๆก็คงเสียมารยาทเพราะอีกฝ่ายเป็นพี่สาวแท้ๆของอูฮยอน ซองยอลเม้มปากแน่นอย่างรู้สึกอึดอัดใจเหลือบมองอีกฝ่ายแต่แล้วสายตาก็ไปสบเข้าให้กับคนอีกคนที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกัน คิมมยองซูเท้าคางมองมาทางเขา ใบหน้าเรียบนิ่งที่ไม่สามารถเดาออกได้

 

 

“เอ้อ...แต่ว่าแค่พี่กับซองยอลจะไหวเหรอ” อูฮยอนถามออกมาอีกครั้งอย่างไม่มั่นใจ คนหนึ่งก็ตัวบอบบางแรงไม่ค่อยมีส่วนอีกคนก็เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง รายการที่เช็คได้มีเป็นสิบแล้วแต่ละอย่างก็ไม่ใช่น้ำหนักน้อยๆ จะไหวกันหรือเปล่า

 

 

“ฉันไปช่วยซองยอลด้วยแล้วกัน” ในขณะที่อูฮยอนกำลังครุ่นคิด..เสียงไม่พึงประสงค์ในความต้องการของอูฮยอนก็เสนอตัวขึ้น แอลโจหันไปขอซองยอลที่ยืนกัดริมฝีปากแน่นเหมือนจะปวดหัวหนักเข้าไปทุกที อูฮยอนไม่รีรอที่จะตอบปฏิเสธกลับออกไปทันที

 

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณแอลโจ”

 

 

“ฉันขอซองยอลไม่ได้ขอคุณ...ให้ฉันไปช่วยนะซองยอล” คนที่ถูกขอร้องได้แต่ขมวดคิ้วกันยุ่ง เตรียมจะบอกปฏิเสธออกไป แต่ทว่า...

 

 

“ให้น้องชายคนนี้ไปด้วยก็ดีนะอูฮยอน แค่พี่กับซองยอลก็คงไม่ไหวจริงๆนั่นแหละ ไม่ต้องมัวคิดนานหรอก ตกลงตามนี้นะ”

 

 

 จูฮยอนสรุปทุกอย่างที่น้องชายอย่างอูฮยอนก็ไม่สามารถขัดได้ ถ้าการที่ซองยอลอาสาไปซื้อของจะวุ่นวายขนาดนี้น่ะนะ จากที่คิดว่าจะหนีไปสงบจิตใจคนเดียวกลายเป็นว่าต้องเผชิญกับต้นตอของความหงุดหงิดเสียอย่างนั้น

 

 

“สรุปไปกันสามคนนะ ฉัน ซองยอลแล้วก็แอลโจ” จูฮยอนชูนิ้วเป็นจำนวนคนที่จะร่วมเดินทางไปจับจ่ายวัตถุดิบก่อนจะบอกอย่างร่างเริงต่างจากซองยอลที่ถอนหายใจก่อนจะพับกระดาษลิสต์รายการของยัดใส่กระเป๋ากางเกงด้วยท่าทางเบื่อหน่าย

 

 

“ไปกันเถอะทุกคน”

 

 

“เดี๋ยว ผมไปด้วย”เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมกับรั้งข้อมือหยุดจูฮยอนไว้

 

 

“เอ๋ มยองซูจะไปด้วยเหรอ ไม่อยู่ช่วยอูฮยอนที่ร้านละ” ซองยอลจำได้ว่าเสียงนั้นเป็นของใครและประจวบกับชื่อที่จูฮยอนเอ่ยถามจึงรีบหันไปมองและก็ได้พบสายตานิ่งเรียบที่ไม่สามารถเดาออกจ้องมองกลับ การที่มยองซูขอไปด้วยอีกคนมันทำให้ข้างในอกซองยอลเหมือนกำลังมีกลองนับสิบใบกำลังตีระรัว ชั่วเวลาหนึ่งที่เขาคิดเข้าข้างตัวเองไปว่า...คิมมยองซูอยากตามเขาไปเพราะกลัวเขาใกล้ชิดกับแอลโจ

 

“พี่เป็นผู้หญิงคงช่วยถืออะไรได้ไม่เยอะหรอก ให้ผมช่วยพี่ถือแล้วกัน”

 

 

แต่มันไม่ใช่...ไม่ใช่สักนิด อีซองยอลคิดเข้าข้างตัวเองเกินไป คิมมยองซูก็แค่เป็นห่วงกลัวว่าผู้หญิงคนนั้นจะไม่ไหวเท่านั้น เหตุผลที่ขอตามไปเพราะ นัมจูฮยอนไม่ใช่อีซองยอล

 

 

“เอางั้นก็ได้..เป็นเด็กดีจังน้ามยองซูอา” จูฮยอนบิดแก้มน้องชายต่างสายเลือดอย่างเอ็นดู เพียงแค่นั้นอีซองยอลก็ไม่สามารถทนยืนมองภาพเหล่านั้นอีกต่อไปได้ รีบผลักประตูร้านออกไปด้านนอกโดยไม่รอใครทั้งสิ้นพร้อมกับความหงุดหงิดที่เพิ่มมากขึ้นและ...

 

 

หัวใจที่มันปวดแปลบๆขึ้นมาอีกครั้ง 

 

be sweet on

 

 

ต้องยอมรับว่าที่อยู่ๆตัวเองต้องอาสามาซื้อของด้วยเพียงเพราะรู้ว่าแอลโจได้ไปกับซองยอล คิมมยองซูไม่มีทางปล่อยให้ทั้งสองคนอยู่ใกล้กันในที่ที่เขาไม่สามารถมองเห็นได้ เขาถึงต้องยกข้ออ้างร้อยแปดขึ้นมาในตอนที่จูฮยอนถามว่าตามไปทำไม เวลานั้นเขาไม่เอะใจในการกระทำของตัวเองเลยสักนิด จนตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าทำไมต้องหงุดหงิดและไม่ยอมไปเพื่ออะไรแ...เพื่อเกมส์เดิมพันงั้นหรอ ? อาจจะใช่หรืออาจจะไม่ใช่

 

 

ตลอดการเดินทางไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกจากปากของคนที่เคยช่างเจือแจวอย่างอีซองยอล ใบหน้าหวานมักมองออกไปด้านนอกกระจกรถดูเซื่องซึมลงไปผิดหูผิดตา คิมมยองซูลอบมองซองยอลผ่านกระจกด้านหน้าอยู่บ่อยครั้ง มีบางจังหวะที่บังเอิญได้สบตากัน แต่ซองยอลก็รีบหันหน้าเมินหนีทันทีเหมือนไม่อยากมองหน้าเขาอย่างนั้น มันทำให้เขาแปลกใจและหงุดหงิดใจไปพร้อมๆกัน เป็นเช่นนี้ตลอดทางจนถึงห้างสรรพสินค้า

 

 

ความรู้สึกที่ว่าอีซองยอลกำลังทำตัวเมินเฉยและไม่เฉียดเข้าใกล้ คิมมยองซูไม่ได้รู้สึกไปเอง เขาสังเกตเห็นได้จากท่าทางและการกระทำของอีกคนที่แสดงออกชัดเจนเสียจนทำให้เขาอารมณ์เสีย

 

อย่างเช่นตอนที่พี่จูฮยอนถามถึงรายการของที่ต้องว่าควรจะเริ่มจากหมวดไหนก่อน 

 

‘เราควรเริ่มจากล็อคไหนก่อนดีจ้ะซองยอล’

 

 

‘ไปล็อคพวกแป้งกับน้ำตาลก่อนแล้วกันครับ พวกนี้เราต้องซื้อเยอะ ควรเลือกมาใส่ในรถก่อน’

 

 

‘งั้นเริ่มจากพวกน้ำตาลกับแป้งก่อนแล้วกันเนอะ’ ซองยอลพยักหน้าแล้วเข็นรถใส่ของตามพี่จูฮยอนไป

 

 

 

หรืออย่างตอนแอลโจ 

 

‘เดี๋ยวของมันจะเริ่มหนักรถ ให้ฉันเข็นให้ไหมซองยอล’

 

 

‘ไม่เป็นไร ฉันเข็นไหวน่า’ ซองยอลตอบกลับพร้อมยู่ปากใส่อย่างน่ารัก ซึ่งนั่นก็ทำให้คิ้วของมยองซูกระตุกเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจแล้ว แต่พอ...

 

 

‘แขนเล็กขนาดนี้ไม่ไหวมั้ง กลัวจะหักก่อนสิ’ แอลโจกลั้วหัวเราะพร้อมกับพูดแซว

 

 

‘ย๊า ! ไอ้เด็กบ้า ฉันแข็งแรงนะ ! ’ซองยอลชักสีหน้าแล้วโวยวายเล็กน้อยตามภาษาก่อนจะกลายเป็นยิ้มน้อยๆให้แก่แอลโจ

 

 

เท่านั้นแหละ...จากที่กระตุกนิดเดียวกลายเป็นกระตุกรัวและลามไปถึงขมับ คิ้วเข้มขมวดฉับมองทั้งคู่ด้วยความรู้สึกหงุดหงิดสุดขีด จะเห็นว่าซองยอลพูดคุยกับทั้งจูฮยอนและแอลโจอย่างปกติ

 

 

แต่พอถึงคราวเขาพูดกับเจ้าตัวบ้าง….

 

 

‘ซองยอลของดูกระดาษลิสต์รายการหน่อย’

 

 

เขาเดินขึ้นไปขนาบข้างซองยอลขณะที่กำลังเดินหาชั้นวางน้ำตาลทราย อีกคนแค่ปรายตามองเล็กน้อยก่อนที่จะทำอะไรบางอย่างที่ทำให้มยองซูต้องขมวดคิ้วแน่น..ซองยอลไม่ตอบแถมเข็นรถให้เร็วขึ้นเพื่อหนีเขาอีกด้วย เขาพยายามเข้าใกล้ซองยอลและพูดถามอีกหลายชครั้ง แต่ก็ได้รับปฏิกิริยากลับมาเหมือนเดิม

 

 

ตลอดการเดินเลือกซื้อของอีซองยอลก็ยังไม่ยอมปริปากพูดกับคิมมยองซู อีกคนพยายามหลบเลี่ยงเขาอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าเขาจะพยายามพูดหรือถามอีกกี่ทีก็ตาม ซองยอลเอาแต่เมินหนีหรือหนักหน่อยทำเป็นคุยกับแอลโจตัดหน้าเขาไปอย่างนั้น มันยิ่งทำให้หงุดหงิดจนคิมมยองซูเริ่มทนไม่ไหวกับท่าทางของอีกคน

 

 

...ทำไมต้องคุยกับแอลโจ ทำไมต้องเมินเขาเพียงคนเดียว

 

 

“เราแยกกันไปหยิบของไหม เดี๋ยวจะไม่ทันเอา” จูฮยอนบอกขณะยกนาฬิกาขึ้นมองเวลาที่ใกล้จะพบค่ำ ไม่มีใครขัดข้องอะไรทั้งสี่คนจึงเลือกรายการที่จะหยิบแล้วเดินแยกไปคนละทาง

 

 

จูฮยอนเดินไปเลือกพวกผลไม้กระป๋อง แอลโจงอแงจะตามไปพร้อมซองยอลแต่โดนอีกคนตีหน้าดุเอ็ดเสียก่อนจะยอมเดินไปทางเมล็ดกาแฟ ส่วนซองยอลที่สลัดแอลโจหลุดก็เดินไปทางล็อคตู้แช่เพื่อหยิบนมสด จะเหลือก็แต่คิมมยองซูที่ไม่ได้เดินแยกไปทางไหนสักทางแต่กลับเดินตามซองยอลโดยที่เจ้าตัวไม่รู้

 

 

มยองซูอาศัยจังหวะที่ทั้งจูฮยอนและแอลโจเดินหายลับไปแล้วดึงมือซองยอลให้เข้าไปทางล็อคชั้นวางสินค้าที่ไม่ค่อยมีผู้คนเดินผ่าน ดันคนตัวบางเข้าไปด้านสุดแล้วใช้แขนกลั้นไว้ไม่ให้อีกคนคิดหลีกหนีเมื่อเห็นว่าซองยอลพยายามดิ้นเล็กน้อย ซองยอลมองค้อนก่อนจะผลักอกให้มยองซูถอยออกไปแต่ก็ไม่สำเร็จ

 

 

 “เป็นอะไรทำไมถึงไม่ยอมคุยกับฉัน”

 

 

 มยองซูเปิดประเด็นถามเหตุผลของการกระทำเหล่านั้นกับซองยอลว่าทำไม เขาไม่เข้าใจทำไมต้องเมินเขาแค่คนเดียวเพราะเขาไม่ตอบคำถามนั้นหรือยังไง? ซองยอลไม่มีท่าทีว่าจะตอบกลับมา เอาแต่ส่งค้อนวงใหญ่มาให้อย่างไม่พอใจ มยองซูจึงกดน้ำเสียงแล้วถามย้ำอีกครั้งพร้อมทั้งเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ๆ...เชื่อสิ อีกเดี๋ยวอีซองยอลต้องยอมปริปากออกมาเพราะไม่มีใครทนสายตาดุดันของคิมมยองซูได้สักคน

 

 

“มีคนคุยด้วยแล้วไม่ใช่เหรอ ? จะให้ฉันเข้าไปแทรกทำไม ก็คุยกับคนของนายไปสิ” คนของนายคงหมายถึงนัมจูฮยอนหรือเปล่า...เหตุผลของอีซองยอลทำให้มยองซูหลุดขำออกมาคลายความหงุดหงิดที่มีอยู่ในใจลงไปได้บ้างเล็กน้อย

 

 

“หึงเหรอ”

 

 

“ไม่ ! ”  ซองยอลรีบสวนกลับทันทีด้วยสายตาค้อนๆ นั่นก็ยิ่งทำให้มยองซูหลุดยิ้มมากกว่าเดิมที่ซองยอลยอมพูดตอบโต้กับเขาเสียทีก่อนจะเริ่มรุกหน้าอีกคนหวังไม่ให้ทำแบบนั้นใส่เขาอีก

 

 

“รู้ไหมว่าฉันรู้สึกยังไงตอนที่นายคุยกับแอลโจแต่ไม่คุยกับฉัน...นายไม่หึงแต่ฉันหึง” มยองซูสบตาอีกคนนิ่งให้รับรู้ในสิ่งที่เขาสื่ออกไป ก่อนจะเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ๆหวังช่วงชิงริมฝีปากสวยนั้น แต่ว่าซองยอลกลับยกมือขึ้นมากันเอาไว้และพูดประโยคที่ทำให้มยองซูรู้สึกไม่ชอบใจ

 

 

“ฉันบอกนายแล้วนะว่า...ถ้าตอบคำถามที่ฉันเคยถามไปไม่ได้ นายก็ไม่มีสิทธิ์คิมมยองซู” เป็นอีกครั้งที่คิมมยองซูเงียบไปเมื่อถูกกระตุ้นให้ตอบคำถามนั้นของอีซองยอล

 

 

ซองยอลกัดริมฝีปากแน่นรอคอยคำตอบจนแล้วจนรอดก็มีเพียงความว่างเปล่าตอบกลับมา เขาไม่เข้าใจว่ามยองซูแสดงอออกว่าหึงหวงเขากับแอลโจขนาดนี้ แต่ทำไมถึงตอบคำถ